วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

EFORL

ยอดขายอุปกรณ์แพทย์ต่ำกว่าเป้า

กำไรปกติ 3Q57 โตน้อยกว่าคาด

EFORL รายงานกำไรสุทธิใน 3Q57 ที่ 85 ล้านบาท หากไม่รวมบันทึกกำไรพิเศษจากการขายธุรกิจเกมส์ออนไลน์ ENMO จำนวน 25 ล้านบาท จะมีกำไรจากธุรกิจปกติที่ 58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% QoQ แต่ต่ำกว่าที่เราคาด เนื่องจากการชะลอคำสั่งซื้อเครื่องมือแพทย์ของกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลภาครัฐเพราะเป็นช่วงรอยต่องบประมาณประจำปี 2558 และอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าที่เราคาด เราคาดกำไรใน 4Q57 จะกลับมาเติบโตโดดเด่นจากฤดูกาลจัดประมูลซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลรัฐและโรงเรียนแพทย์ในช่วง 4Q57 – 1Q58

อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากค่าใช้จ่ายบุคลากร

อัตรากำไรขั้นต้น 3Q57 ของ EFORL ลดลงมาอยู่ที่ 30.5% จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 35.7% เนื่องจาก EFORL ได้มีการเพิ่มทีมบุคลากรสำหรับประเภทสินค้าแพทย์ใหม่ ทำให้ต้นทุนการขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น 46% และ 18% QoQ ตามลำดับ ขณะที่ยอดขายจากการดำเนินงานเติบโตที่ 35% QoQ โดยหากประเมินอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 17.5% จากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 21.3% อย่างไรก็ดี เราคาดต้นทุนดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายชั่วคราวและคาดอัตรากำไรสุทธิ 4Q57 จะเพิ่มขึ้นเป็น 18.5% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นในปลายปี

ปรับประมาณการกำไรปี 2557 ลง

เราปรับลดประมาณการกำไรปกติของ EFORL ในปี 2557 ลง 17% เหลือ 256 ล้านบาท สะท้อนผลกระทบจากความล่าช้าของประมาณภาครัฐจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขณะที่ยังคงประมาณการกำไรปี 2558 ไว้เท่าเดิมที่ 589 ล้านบาท (+52% YoY) เนื่องจากเรามองว่ารายได้จากสินค้าแพทย์จะกลับมาเติบโตตามการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐได้ปกติในปีหน้า ในขณะที่ EFORL จะรับรู้สัดส่วนรายได้ใหม่จากกิจการความงามของคลินิกวุฒิศักดิ์กว่า 60% ซึ่งจะมีกำหนดจ่ายเงินเพื่อเข้าถือหุ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้

ไฮไลท์อยู่ที่การเติบโตของวุฒิศักดิ์

เรามองการเติบโตผ่านการขยายกิจการแบบ Inorganic Growth ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มฐานกำไรให้กับ EFORL กว่าเท่าตัวในปี 2558 โดยที่กำไรสุทธิที่จะรับรู้จากส่วนแบ่งรายได้การถือครองหุ้นวุฒิศักดิ์โฮลดิ้ง (WCIH) จะคิดเป็นสัดส่วนกว่า 57% ของกำไรรวมทั้งหมด โดยเรามีมุมมองเป็นบวกต่อแผนกิจการขยายสาขาใหม่ของวุฒิศักดิ์ในปีหน้าที่จะเติบโตตามอุตสาหกรรมความงามราว 10-15% ต่อปี เรามีโอกาสปรับประมาณการเพิ่มเติบหลังได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการพบผู้บริหารอีกครั้ง เราแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 2.05 บาท (ประเมินจาก PE ปี 58 ที่ 32 เท่า)