"คาราบาวกรุ๊ป" เคาะราคาไอพีโอ 28 บาทต่อหุ้น เสนอขาย 12-14 พ.ย.2557 คาดเข้าเทรด 21 พ.ย.นี้
นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วมของบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ราคาหุ้นละ 28 บาท จำนวน 250 ล้านหุ้น ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยกลุ่มบริษัท 150 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม 100 ล้านหุ้น ทั้งนี้จะเปิดให้บุคคลทั่วไปและนักลงทุนสถาบันจองซื้อในวันที่ 12-14 พ.ย.2557 และคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ในวันที่ 21 พ.ย. นี้
นายไพบูลย์ คุจารีวณิช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้บริษัทเดินทางไปโรดโชว์ 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบัน โดยมีนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมฟังและสอบถามข้อมูลประมาณ 40 ราย จากทั้ง 3 ประเทศ
“จุดแข็งของบริษัทคือความมุ่งมั่นและตั้งใจของคณะผู้บริหาร ซึ่งเริ่มต้นทำงาน แก้ปัญหา และวางแผนการตลาดเองตั้งแต่ต้น จุดนี้ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ส่วนปัญหาทางการเมืองนั้นแทบไม่มีผลกระทบกับบริษัท และนักลงทุนสถาบันก็ไม่ได้กังวลกับจุดนี้เลย แต่จะสอบถามเรื่องแผนการเติบโตในอนาคตเป็นหลัก” นายไพบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้และกำไรปีหน้าเติบโต 25% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้แตะ 8,000 ล้านบาท กำไรสุทธิราว 1,000 ล้านบาท โดยจะมาจากการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจะมีการรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตใหม่ๆ ที่เริ่มเดินดำเนินการในปีนี้ พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายจะรักษาอัตราการเติบโตของรายได้อย่างน้อยปีละ 20% ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 30% และในประเทศประมาณ 70%
ด้านบริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL ผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและในประเทศ เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วานนี้ (11 พ.ย.) เป็นวันแรก ราคาหุ้นปิดการซื้อขายที่ 5.40 บาท เพิ่มขึ้น 3.60 บาท หรือ 200% จากราคาไอพีโอ โดยตลอดทั้งวันมีการซื้อขายที่ราคานี้เพียงราคาเดียว
นายกิตติ พัวถาวรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เปิดเผยว่า สาเหตุที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 200% อาจจะเป็นเพราะนักลงทุนมีความต้องการซื้อหุ้นของบริษัทเป็นจำนวนมาก สังเกตจากความต้องการซื้อหุ้นในช่วงที่เปิดให้จองซึ่งล้นจากจำนวนหุ้นที่มีจำหน่าย ประกอบกับธุรกิจโลจิสติกส์มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต
“ใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตปีละ 20-30% จากปีนี้ที่คาดว่ารายได้จะอยู่ในระดับเดิมเนื่องจากปัญหาทางการเมือง ส่วนอัตรากำไรสุทธิ ณ งวด 6 เดือนปีนี้อยู่ที่ 3.4% จากปี 2556 อยู่ที่ 4.5% แต่ยังถือว่าสูงว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 2% ทั้งนี้ในอนาคตบริษัทตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิให้ไม่ต่ำกว่า 2%” นายกิตติ กล่าว
ด้านนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นไอพีโอของบริษัท กล่าวว่า ราคาหุ้นของเอ็นซีแอลถือว่าสะท้อนการตอบรับที่ดีของนักลงทุน เนื่องจากในช่วงโรดโชว์และเปิดการจองซื้อ มีนักลงทุนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เกินกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขาย ส่วนตัวมองว่าหุ้นเอ็นซีแอลเหมาะกับการลงทุนระยะยาว โดยมีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีศักยภาพการเติบโตสูง









