วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SIM - ซื้อ

กำไรฟื้นตัวกลับมาในไตรมาส 4/57

ประเด็นการลงทุน

เราประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/57 มีแนวโน้มเป็นจุดต่ำสุดของปี และจะพลิกกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/57 เนื่องจากการขายเครื่องโทรศัพท์มือถือบิ๊กล็อตให้แก่ DTAC ยอดขายสมาร์ทโฟนรุ่นทีวีดิจิตัลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมาร์จิ้นที่จะได้รับจากการเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายขายกล่องทีวีดิจิตัลและเสารับสัญญาณผ่านโมเดิร์นเทรดให้กับสามารถเอ็นจิเนียริ่ง (SE) เราจะเห็น SIM ทำการขายบิ๊กล็อตให้แก่ผู้ประกอบการโทรศัพท์รายอื่นๆ และการเริ่มเจาะตลาดเมียนมาร์ภายในปี 2558 (ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือในประเทศเมียนมาร์) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

ส่องกล้องไตรมาส 3/57—กำไรสุทธิลดลง

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่ 154 ล้านบาท ลดลง 31% YoY และ 47% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 13 ล้านบาทและกำไรจากการขายหลักทรัพย์ 3 ล้านบาท กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 138 ล้านบาท ลดลง 34% YoY และ 51% QoQ กำไรที่ลดลงอย่างมากเป็นผลมาจากภาวะการบริโภคในประเทศที่ยังคงชะลอตัวและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากภายใต้ภาวะการแข่งขันของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์มือถือที่รุนแรงมากขึ้น เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/57 ที่ 22.5% ลดลงจาก 22.8% ในไตรมาส 3/56 และ 22.9% ในไตรมาส 2/57

SIM ขายเครื่องโทรศัพท์มือถือได้จำนวน 1 ล้านเครื่องในไตรมาส 3/57 เพิ่มขึ้น 15% YoY (แต่ลดลง 23% QoQ เนื่องจากกำลังซื้อในต่างจังหวัดที่ลดลงอย่างมาก) ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนจำนวน 7.15 แสนเครื่อง เพิ่มขึ้น 75% YoY แต่ลดลง 16% QoQ สัดส่วนสมาร์ทโฟนคิดเป็น 72% ของปริมาณยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือทั้งหมดในไตรมาส 3/57 เราใช้สมมติฐานราคาขายเครื่องเฉลี่ยที่ 2,711 บาท ลดลง 5% YoY (ทรงตัว QoQ) เป็นผลจากสัดส่วนของยอดขายสมาร์ทโฟนราคาที่ถูกที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่จำนวน 10 รุ่นในไตรมาส 3/57 โดยแบ่งเป็นสมาร์ทโฟนปกติ 5 รุ่น และสมาร์ทโฟนรุ่นทีวีดิจิตัล 5 รุ่น บริษัทขายสมาร์ทโฟนรุ่นทีวีดิจิตัลได้จำนวน 3.08 แสนเครื่องในช่วงไตรมาส 3/57 เพิ่มขึ้น 43% QoQ

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557-58 ลงจากเดิม

เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ลงอีก 18% (มาอยู่ที่ 905 ล้านบาท) และปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ลงอีก 15% (มาอยู่ที่ 1.09 พันล้านบาท) เพื่อสะท้อนความคาดหวังของกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่มีแนวโน้มแย่กว่าที่คาด รวมถึงการแข่งขันด้านราคาของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์มือถือที่รุนแรงมากขึ้น และการบริโภคในประเทศที่ยังคงชะลอตัว ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นของเราลงจาก 23.6% เหลือ 21.9% สำหรับปี 2557 และจาก 23% เหลือ 21.7% สำหรับปี 2558 เราปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG ลงจาก 5.5 บาท เป็น 5.0 บาท

แตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/57 และจะพลิกฟื้นในไตรมาส 4/57

บริษัททำการขายเครื่องโทรศัพท์มือถือบิ๊กล็อตจำนวน 5 แสนเครื่องให้กับ DTAC คิดเป็นมูลค่า 967 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 เราคาดยอดขายเครื่องโทรศัพท์ทั้งหมดของ SIM ที่ 1.4 ล้านเครื่องในไตรมาส 4/57 เพิ่มขึ้น 44% YoY และ 46% QoQ หนุนโดยยอดขายเครื่องโทรศัพทืมือถือบิ๊กล็อต ยอดขายโทรศัพท์รุ่นดิจิตัลทีวีที่เพิ่มขึ้นซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้ชมและความครอบคลุมพื้นที่การให้บริการดิจิตัลทีวีที่เพิ่มขึ้น และการเริ่มฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ นอกจากนี้ เรายังคาดว่า SE จะทำการขายกล่องรับสัญญาณและเสารับสัญญาณคิดประมาณ 30% ผ่าน SIM ซึ่ง SIM ก็จะใช้ช่องทางจำหน่ายผ่านไปยังโมเดิร์นเทรด เราคาดว่า SIM มีแนวโน้มขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตัลได้จำนวน 7 แสนกล่องและเสารับสัญญาณจำนวน 5 แสนชุดภายในไตรมาส 4/57 ซึ่งจะคิดเป็นกำไรสุทธิประมาณ 24-30 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 ภายใต้สมมติฐานมาร์จิ้นจากการเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายที่ได้รับจาก SE อยู่ที่ 4-5% เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% YoY และ 73% QoQ