วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.เตรียมยื่นไฟลิ่ง'จีพีเอสซี'ปีนี้

ปตท.เตรียมยื่นไฟลิ่ง "จีพีเอสซี" ปีนี้ พร้อมมองปีนี้กำไรเป็นไปตามเป้า คาดปันผลไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรก

ปตท.เตรียมยื่นไฟลิ่งบริษัทย่อย ‘จีพีเอสซี’ ปีนี้ เป็นบริษัทในกลุ่มลำดับ 6 ที่เข้าจดทะเบียน โดยจะรวมเอาธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่มปตท.ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน มีกำลังการผลิตรวม 1,800 เมกะวัตต์ พร้อมมองปีนี้กำไรเป็นไปตามเป้า คาดปันผลไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรก

นายสุรงค์ บุลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ของบริษัท โกลบอล พาวเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GPSC) หรือ จีพีเอสซี ภายในปีนี้ และคาดว่าจะสามารถเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงต้นปีหน้า

“บริษัท จีพีเอสซี จะเป็นบริษัทลำดับที่ 6 ในเครือปตท.ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจของจีพีเอสซี เกิดจากการควบรวมกิจการไฟฟ้าในกลุ่มปตท. ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 1,800 เมกะวัตต์ ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้จะนำเงินไปขยายธุรกิจไฟฟ้า” นายสุรงค์ กล่าว

ปัจจุบันมีบริษัท ปตท. ถือหุ้น 30.10% บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ถือหุ้น 30.31% บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ถือหุ้น 11.88% และบริษัท ไทยออยล์ เพาเวอร์ จำกัด ถือหุ้น 27.71%

จีพีเอสซีเกิดจากการควบรวมกิจการไฟฟ้าในกลุ่มปตท. โดยปัจจุบันมีปตท. ถือหุ้น 30.10% บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ถือหุ้น 30.31% บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ถือหุ้น 11.88% และบริษัท ไทยออยล์ เพาเวอร์ จำกัด ถือหุ้น 27.71%

สำหรับปีนี้คาดว่าผลการดำเนินงานจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หลัง 10 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ แม้ในไตรมาส 3 จะมีการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบ แต่อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4 คาดว่าจะไม่มีการขาดทุนในส่วนนี้แล้ว เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเริ่มนิ่งอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้คาดว่าในครึ่งปีหลังบริษัทจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งจ่ายไป 6 บาทต่อหุ้น

“ถึงแม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลงมามาก กดดันรายได้ของบริษัท แต่บริษัทมีการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจที่หลากหลาย อาทิ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ไฟฟ้า ทำให้ผลกระทบจากราคาน้ำมันลดลงไป และที่สำคัญบริษัทจะใช้โอกาสในช่วงที่น้ำมันปรับตัวลง ในการต่อยอดธุรกิจปิโตรเคมีอีกด้วย"

นายสุรงค์ กล่าวต่อว่า คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ระดับ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปอีกประมาณ 2-3 ปี หรือจนกว่าเศรษฐกิจของโลกจะฟื้นตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนและยุโรป ส่วนสหรัฐถึงแม้จะเริ่มฟื้นตัว แต่ปัจจุบันสหรัฐมีแหล่งพลังงานของตัวเอง ทำให้ลดสัดส่วนการนำเข้าพลังงานลงไปมาก แต่ทางด้านโอเปคคาดว่าราคาน้ำมันในระดับนี้ น่าจะทำให้อุปสงค์และอุปทานเข้ามาใกล้จุดสมดุลมากขึ้น