คาดราคาน้ำมันดิบปี 58 อยู่ที่ 90 เหรียญต่อบาร์เรล
ปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบปี 58
เราปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2558 ลงจาก 100 เหรียญต่อบาร์เรล เหลือ 90 เหรียญต่อบาร์เรล เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจาก (1) ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เติบโตอย่างเชื่องช้า และ (2) อุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่ม ขณะที่ความหวังพึ่งการปรับลดกำลังผลิตน้ำมันจากกลุ่ม OPEC เหมือนในอดีต ดูจะมีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากการปรับลดกำลังผลิตในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่ม OPEC มีส่วนแบ่งทางการตลาดลดลงจากปี 2555 ที่ 35% เหลือ 32.5% ในปี 2557 ปัจจัยลบดังกล่าวจะกระทบต่อ PTTEP มากที่สุด
อุปสงค์ปรับเพิ่มอย่างเปราะบาง
ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าเป็นปัจจัยที่จำกัดการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป โดย IMF คาดการณ์ว่าปี 2558 เศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.8% แต่การฟื้นตัวของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักยังไม่มีนัยสำคัญเพียงพอที่จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบปรับเพิ่มในปี 2558 IEA จึงคาดว่าการใช้น้ำมันในสหรัฐฯจะมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่กลุ่ม EU คาดว่าจะยังคงใช้น้ำมันลดลงเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน มีเพียงกลุ่มประเทศในเอเซียที่ยังมีความต้องการใช้น้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นแต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวเนื่องจากผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อย่างจีนมีการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้เราคาดว่าในปี 2558 Demand น้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน (MBD)
OPEC ปรับท่าที เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน
เราประเมินว่าผลประชุมของกลุ่ม OPEC (27 พ.ย.) จะมีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันดิบ เนื่องจาก (1) กำลังผลิตของกลุ่ม OPEC ที่คาดว่าจะเพิ่มไม่น้อยกว่า 0.5 MBD จากลิเบีย อิรัก และอิหร่าน หลังสถานการณ์ภายในประเทศที่เริ่มคลี่คลาย (2) กำลังผลิต Non-OPEC ในปี 2558 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 1.2 MBD เทียบกับ Demand ทำให้ยังคงส่วนเกินกว่า 0.1 MBD และ (3) กำลังผลิตของกลุ่ม OPEC ปัจจุบันที่มีส่วนเกินอยู่แล้วกว่า 0.8 MBD เราประเมินว่าการลดกำลังผลิตไม่น้อยกว่า 1 MBD จึงจะมีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก
Downside ของราคาน้ำมันมีไม่มาก
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเริ่มมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ 82 – 84 เหรียญต่อบาร์เรล เราเชื่อว่าผลการประชุม OPEC จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันไม่มาก ขณะที่ระยะสั้นกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ จะเป็นโอกาสที่ดีต่อการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในเอเซ๊ย รวมทั้งประเทศจีนที่มีแผนจะเพิ่ม Strategic Petroleum Reserve (SPR) Phase 2 อีก 201 ล้านบาร์เรล ซึ่งเท่ากับ Demand น้ำมันที่จะเพิ่มขึ้นอีก 0.6 MBD ในปี 2558 ทำให้เราประเมินว่า Down side ของราคาน้ำมันจะมีไม่มาก
ปรับลดกำไรกลุ่มน้ำมันลง
เราปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันดิบปี 2558 ลงจาก 100 เหรียญต่อบาร์เรล เหลือ 90 เหรียญต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในระยะยาว (2558 – 2562) ลดลงจาก 102 เหรียญต่อบาร์เรล เหลือ 97 เหรียญต่อบาร์เรล จะกระทบ PTTEP และ PTT ดังนี้
(1)PTTEPเราประเมินว่าจะกระทบกำไรสุทธิปี 2558 ประมาณ 15% เหลือ 5.9 หมื่นล้านบาท และทำให้มูลค่าเหมาะสมลดลง เหลือ 164 บาท (เดิม175 บาท)ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
(2)PTTเราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2558 จะเหลือ 9.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.4%YoY และทำให้มูลค่าเหมาะสมลดลงเหลือ 371บาท (เดิม 379 บาท) คงแนะนำ “เก็งกำไร”









