อัตรากำไรขั้นต้นหดฉุดการฟื้นตัว
กำไร 1H58 คิดเป็นสัดส่วนเพียง 40% ของประมาณการทั้งปี
STANLY รายงานกำไร 2Q58 (ก.ค.-ก.ย.57) ฟื้นตัวช้าอย่างที่คาด เพิ่มขึ้น 15% QoQ แต่ยังลดลง 35% YoY แม้ว่ารายได้จะฟื้นตัวดีกว่าอุตสาหกรรมแต่เป็นเพราะการรับรู้รายได้จากงานแม่พิมพ์ที่มีอัตรากำไรต่ำจึงฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่เพียง 15.3% ต่ำที่สุดในรอบ 11 ไตรมาส กำไร 1H58 (เม.ย.-ก.ย.57) คิดเป็นสัดส่วนเพียง 40% ของประมาณการ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 58 (เม.ย.57-มี.ค.58) ลง 10% เหลือ 996 ล้านบาท (รวมกำไรพิเศษจากการขายโรงงานที่นวนครแล้ว) และปรับลดมูลค่าเหมาะสมลงเหลือ 184 บาท (จากเดิม 203 บาท) ทั้งนี้ ผู้บริหารระบุอาจมีการขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งานนอกเหนือจากโรงงานที่นวนครอีกภายใน 2H58 (ต.ค.57-มี.ค.58)
อัตรากำไรขั้นต้นต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาส
อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือเพียง 15.3% ลดลง 2% QoQ และ 5% YoY ต่ำที่สุดในรอบ 11 ไตรมาส เนื่องจาก STANLY มีการรับรู้รายได้งานแม่พิมพ์สินค้าโมเดลใหม่จำนวน 160 ล้านบาท ซึ่งงานแม่พิมพ์ดังกล่าวได้มาจากการแข่งขันกับผู้ผลิตทั่วโลกจึงทำให้มีอัตราการทำกำไรต่ำ ประกอบกับการเริ่มผลิตสินค้าโมเดลใหม่ทำให้มีอัตราการผลิตเสีย (Defect Rate) สูงกว่าปกติ จึงทำให้กำไรฟื้นตัวเพียง 15% QoQ แม้ว่ายอดขายจะฟื้นตัวกว่า 17% QoQ นอกจากนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษเงินชดเชยจากน้ำท่วมจำนวน 31 ล้านบาท (รวมอยู่ในรายได้อื่นๆ) กำไรปกติจะฟื้นตัวเพียง 3% QoQ เป็น 210 ล้านบาท เท่านั้น
ปรับลดประมาณการกำไรลง 10%
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 58 ลงจากเดิม 10% เป็น 996 ล้านบาท เนื่องจากการปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 17% และปรับลดประมาณการรายได้ลงเล็กน้อยจากเดิม 1% เป็น 9.1 พันล้านบาท ขณะที่ตามหมายเหตุประกอบงบ 2Q58 ระบุ STANLY มีกำไรจากการขายโรงงานที่นวนครจำนวน 91 ล้านบาท ในเดือน ต.ค.57 ซึ่งเรารวมไว้ในประมาณการใหม่แล้ว อย่างไรก็ดี เรายังไม่รวมกรณีที่ผู้บริหารระบุว่าจะมีการขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการดำเนินงานอีกใน 2H58 ซึ่งอาจมีกำไรเข้ามาทำให้ผลประกอบการดีกว่าคาดได้
แนวโน้มกำไรปกติยังฟื้นตัวช้า คงคำแนะนำ “ขาย”
เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” แม้คาดระยะสั้นหุ้น STANLY อาจมีแรงเก็งกำไรจากการรับรู้กำไรพิเศษการขายโรงงานทำให้กำไร 3Q58 (ต.ค.-ธ.ค.57) ฟื้นตัวโดดเด่นและอาจมีกำไรจากการขายสินทรัพย์อื่นอีกทำให้กำไรดีกว่าคาด แต่อย่างไรก็ตาม ตามปัจจัยพื้นฐานเราไม่ให้น้ำหนักกับรายการพิเศษมากนัก แต่กังวลกับอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันสูงขึ้นและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์มีแนวโน้มช้ามากกว่า โดยปัจจุบันหุ้น STANLY ซื้อขายที่ PE ปี 58 กว่า 16.7 เท่า สูงกว่า PE ปกติของกลุ่มฯ ที่ 10-12 เท่า









