"จักรมณฑ์" เผย ผู้ผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตร้องกระทรวงอุตฯห้ามนำเข้าเหล็กเส้นเจืออัลลอยด์ อ้างไม่ได้มาตรฐาน
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กลุ่มผู้เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตเข้าพบ เพื่อขอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ไม่รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กผสมอัลลอยด์ ที่ขณะนี้หากนำเข้าไม่ต้องเสียภาษีร้อยละ 5 โดยขอให้กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้น ต้องไม่มีการเจืออัลลอยด์ในกระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นเหล็กเส้นที่คุณภาพไม่ได้ตามมาตรฐานความปลอดภัย และหากสมอ.ไม่รับรองมาตรฐานเหล็กเจืออัลลอยด์ จะช่วยหยุดยั้งการทุ่มตลาดเหล็กของจีนได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะการจะรอให้กระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดก็ต้องใช้เวลานานนับปี ซึ่งสมอ.ได้รับเรื่องไว้ และจะส่งให้คณะกรรมการวิชาการพิจารณาโดยเร็วต่อไป
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประกอบการผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตยังแจ้งให้ทราบด้วยว่าขณะนี้ทั่วโลกไม่ยอมรับการผลิตเหล็กเส้นจากเตาหลอมชนิดเหนี่ยวนำด้วยไฟฟ้า ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงอุตสาหกรรมออกใบอนุญาตโรงหลอมเหล็กที่ใช้เตาลักษณะดังกล่าวไป 2 โรง เกรงว่าจะมีการผลิตเหล็กเส้นออกมา จึงขอให้ดูแลด้วยนั้น เรื่องดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่าจะดูแลหากพบมีการผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตจริงก็จะเรียกคืนใบอนุญาตทันที อย่างไรก็ตามสามารถผลิตเหล็กชนิดอื่นได้
ด้านนายไพศาล พาณิชย์ชะวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนวา สตีล จำกัด กล่าวว่า การทุ่มตลาดเหล็กของจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กอันดับ 1 ของโลกและมีกำลังการผลิตส่วนเกินมากที่สุดในโลกเกิดขึ้นนานแล้วกับเหล็กชนิดต่าง ๆ และกำลังจะเกิดขึ้นกับเหล็กเส้นเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการไทยมีกำลังผลิต 7ล้านตันต่อปีแต่ความต้องการในตลาดอยู่ที่ 2-2.5 ล้านตันต่อปี หากเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตผสมอัลลอยด์ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสมอ.จะสามารถเข้ามาขายในประเทศไทยได้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตไทย 50 ราย ที่จำเป็นต้องขายในราคาขาดทุนอยู่แล้วที่กิโลกรัมละ 15-16 บาทจากต้นทุน 18-19 บาทต่อกิโลกรัม ต้องปิดตัวลง และสูญเสียการลงทุนมูลค่าลงทุน 150,000 ล้านบาทไป ประเทศจะขาดดุลการค้าปีละ 35,000 ล้านบาท มีผู้ตกงาน25,000 คน ยังไม่นับรวมผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานอีกที่จะได้รับผลกระทบด้วย








