คาดกำไร 3Q57 จะสูงสุดในรอบปี
3Q57 กำไรเติบโตจาก BMCL
เราคาดผลประกอบการ CK ใน 3Q57 จะอยู่ในระดับ 1 พันล้านบาท เติบโต 8% YoY และ 225% QoQ มาจาก 2 สาเหตุคือ 1) กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) 527 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 4% QoQ เป็นผลของงานในมือที่ดำเนินการได้ต่อเนืองจากงานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีเขียว งานไซยะบุรี และงานทางด่วนศรีรัช สามารถคงอัตรากำไรขั้นต้นไว้เดิมที่ 9.8% และ 2) CK จะบันทึกกำไรจากการขายหุ้น BMCL ราว 800 ล้านบาท (หลังหักภาษี) หากไม่รวมรายการพิเศษ ในงวด 9M57 กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ของ CK คาดว่าเพิ่มขึ้น 5% YoY เป็น 1.5 พันล้านบาท
โอกาสรับงานภาครัฐสูง
เราเชื่อว่าในอนาคตระยะใกล้ CK มีโอกาสสูงในการรับงานภาครัฐ ที่มีโครงการอยู่ระหว่างการประมูลเช่น รถไฟฟ้าสายสีเชียวหมอชิต-สะพานใหม่ ที่ CK เป็น 1 ใน 4 ของกลุ่มผู้รับเหมาที่เข้าประกวดราคาในจำนวน 4 สัญญาที่มีมูลค่าก่อสร้างราว 2.9 หมื่นล้านบาท คาดเห็นรายชื่อผู้ชนะการประมูลไม่เกิน1Q58 นอกจากนั้นยังมีงานที่คาดหมายเกิดขึ้นภายในปี 58 จากงานสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่ารวม 6.2 หมื่นล้านบาท งานรถไฟทางคู่อย่างน้อย 2 สายมูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท รวมถึงโอกาสรับงานต่อเนื่องจาก BMCL มูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท จากวางระบบเดินรถส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งเราคาดว่าจะมีความชัดเจนในระยะใกล้หนุนงานในมือของCK เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
มีงานรอเซ็นสัญญา 7.5 พันล้านบาท
เราคาดว่า CK ยังคงมีงานในมือมูลค่าสูง คาดสิ้นปี 57 จะอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท โดยมีงานเอกชนรอเซ็นสัญญามูลค่ารวม 2.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นในช่วงท้ายชองปี 2557 ราว 7.5 พันล้านบาท จาก 2 สัญญา คือ งานโรงไฟฟ้าจากบางประอินโคเจน 4.5 พันล้านบาท และ งานปรับปรุงของบริษัทน้ำประปาไทย 3 พันล้านบาท ขณะที่งานเขื่อนน้ำบากมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท อาจเลื่อนออกไปในปี 2558 โดยเราคาดว่า ในปี2558 CK มีโอกาสเซ็นสัญญาเพิ่มงานในมือทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างน้อย 3 หมื่นล้านบาท
Top pick ของกลุ่ม
CK ยังเป็นที่น่าสนใจลงทุนทั้งในระยะสั้น และระยะยาว จากแนวโน้มที่ดีของการรับงานทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งเราเชื่อว่าจะเห็นความคืบหน้าของการประมูลงานในระยะใกล้ รวมถึงการผลตอบแทนระยะยาวจากการเติบโตของกลุ่มบริษัทลูก (TTW BMCL BECL CKP).ในรูปเงินปันผลกำไรจากเงินลงทุนขณะเดียวกัน CK ยังมีโอกาสได้รับงานก่อสร้างจากกลุ่มบริษัทลูก เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”









