วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สะเดา'ขยับรับค้าชายแดน เป้า10ปีแตะ8แสนล.

(รายงาน) "สะเดา" ขยับรับค้าชายแดน เป้า 10 ปี แตะ 8 แสนล้าน

การเดินหน้าพัฒนาด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย บริเวณด่านสะเดา จังหวัดสงขลาเพื่อรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนอันดับหนึ่งของประเทศที่มีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี โดยปัจจุบันมีถึง 2 โครงการที่ต้องเดินหน้าอย่างเร่งด่วน โครงการแรกปัจจุบันเริ่มมีการปรับพื้นที่คือ โครงการขยายด่านสะเดาจากเดิม10ไร่ ขยายพื้นที่ด้านข้างฝั่งผู้โดยสารขาออกเพิ่มอีก 20 ไร่ รวมเนื้อที่ 30ไร่ ภายใต้งบประมาณ 77 ล้านบาท เพื่อลดความแออัดบริเวณด่านสะเดา รองรับการเติบโตของการค้าชายแดนได้ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ยังต้องรอความชัดเจนการสร้างด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ถัดออกไปในพื้นที่โซนเดียวกันเนื้อที่ 600 ไร่ คาดต้องใช้งบลงทุนกว่า 1,5000 ล้านบาท ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็น1ใน 5 พื้นที่นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ขยายด่านสะเดา(เก่า)รองรับแค่ 5 ปี

นายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ นายด่านศุลกากรสะเดา กล่าวว่าโครงการปรับปรุงด่านพรมแดนสะเดา จะใช้พื้นที่บริเวณด้านข้างฝั่งผู้โดยสารขาออกเนื้อที่ 20 ไร่ มีบริษัทฟอร์คอน จำกัด เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง เริ่มสัญญาวันที่ 17มิ.ย. 2577ถึงวันที่ 17 มิ.ย. 2558 คาดจะช่วยลดปัญหาความแออัดบริเวณด่านสะเดาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางการตรวจสอบหนังสือเดินทางและช่องทางรถที่มีถึง 20 ช่อง เพื่อรองรับการขยายตัวและการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ

การรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนซึ่งสงขลามี 2 ด่าน คือ ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ แต่ละปีมีมูลค่าการค้าสูงสุดของประเทศ โดยปี 2556 มีมูลค่าการค้าสูงถึง 4.16 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าของทั้งประเทศอยู่ที่ 7.6 แสนล้านบาท คาดว่าจะแตะ 6 แสนล้านบาท ในปี 2558 ที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)

"การขยายด่านสะเดาอีก20ไร่ จะรองรับการเติบโตของการค้าชายแดนในช่วง5 ปี สอดรับกับด่านสะเดาแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการรอขั้นตอนการดำเนินงานพอดี เนื่องจากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พบว่าอีก 5 ปีการค้าชายแดนจะเพิ่มขึ้นป็น 6 แสนล้านบาท และอีก 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 8 แสนล้านบาท" นายกรีชา กล่าว

ลุ้นจ่าย1.3ล้านต่อไร่แลกผุดด่านสะเดาใหม่

สำหรับด่านสะเดาแห่งใหม่เป็นความคาดหวัง ที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของการค้าชายแดนให้โตขึ้น ตามแผนยุทธศาสตร์จะมีการแยกพื้นที่ชัดเจนในการดำเนินการ โดยเฉพาะเป็นพื้นที่รองรับระบบโลจิสติกส์ และพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่จะมีทั้งการตรวจสินค้า ณ จุดเดียว (One Stop Service ) รวมถึงการปรับระเบียบพิธีการศุลกากรและเอกสาร ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันระหว่างไทยและมาเลเซีย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรออนุมัติจากครม.ในการเดินหน้าโครงการ หลังจากที่ได้ข้อยุติการเวรคืนที่ดินเฉลี่ยไร่ละ 1.3 ล้านบาท ส่วนการออกแบบอาคารต่างๆ รวมถึงการจุดให้บริการ พร้อมดำเนินการทันที

"ส่วนด่านสะเดาเดิมจะเน้นการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวผ่านเข้าออกเฉลี่ยปีละ 4 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มในอัตราก้าวกระโดดเป็น 8 ล้านคนและ10ล้านคนในปีช่วง 5-10ปีนี้"

ยางครองแชมป์สินค้าส่งออก

การเติบโตแบบก้าวกระโดดของการค้าชายแดนสะเดา สอดรับการข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ที่ได้สรุปภาวะการค้าชายแดนจังหวัดสงขลาประจาเดือนก.ย. 2557 พบว่า มูลค่าการค้าชายแดนไทย - มาเลเซีย ที่ผ่านด่านศุลกากรสะเดาและ ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ มีมูลค่าการค้ารวม 40,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 1,990.48 ล้านบาท หรือ 5.19%

โดยเป็นมูลค่าการส่งออก 21,389 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 860.39 ล้านบาท หรือ3.87% โดยสินค้าที่ส่งออกลดลง ได้แก่ สิ่งสกัดจากมอลต์รวมทั้งอาหารปรุงแต่งที่ทำจากแป้ง ไฟเบอร์บอร์ดที่ทำด้วยไม้ และยาง ส่วนมูลค่าการนำเข้า 18,954.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 2,850.87 ล้านบาท หรือ 17.70% โดยสินค้าที่นำเข้าเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ โทรทัศน์, วีดิโอ, วิทยุ และส่วนประกอบ และวงจรรวม และหม้อสะสมไฟฟ้า

สินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับ ประกอบด้วย ยางธรรมชาติ,ส่วนประกอบและอุปกรณ์ เครื่องจักร ,ยางผสม ,ถุงมือยางและวงจรรวมที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์

ท้องถิ่นปรับตัวรับค้าชายแดนโต

ขณะเดียวกันในส่วนของหน่วยงานท้องถิ่นที่มีพื้นที่ใกล้เคียงด่านชายแดน ก็เริ่มเห็นความสำคัญของพื้นที่เขตเศรษฐกิจ จึงเริ่มมีการขยับและปรับตัวในการพัฒนาและขยายระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับการให้บริการและการเติบโตของพื้นที่บริเวณด่านพรมแดนด้วยเช่นกัน

นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อพัฒนาให้รองรับการความเจริญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะการพัฒนาถนนเลียบชายแดนเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางระหว่างด่าน 2 แห่ง คือด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ ให้เป็นเส้นทางการจราจร สามารถอำนวยความสะดวกให้ได้ทั้งภาคการขนส่งและการท่องเที่ยว