วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เดลต้า'รับรายได้ปีนี้โตต่ำค่าเฉลี่ย

‘เดลต้า’รับรายได้ปีนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้5-10%ต่อปีในสกุลเงินดอลลาร์เหตุช่วงลงทุนปรับเปลี่ยนสายการผลิต

นางสาวกุลวดี กวยาวงศ์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเน้นลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนามากยิ่งขึ้น (อาร์แอนด์ดี) เพื่อช่วยในการขยายฐานการผลิตสินค้า จากเดิมบริษัทมีสายการผลิตเพียง 2 สาย คือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทเลคอม ปัจจุบันบริษัทมีสายการผลิตเพิ่มเป็น 5-6 สาย อาทิ พลังงานทดแทน ระบบอัตโนมัติ ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

“สำหรับแนวโน้มธุรกิจในอีก 20 ปีข้างหน้า บริษัทมองว่าสินค้าเกี่ยวกับพลังงานทดแทนจะเป็นสินค้าเด่นของบริษัท แม้ในปัจจุบันจะมีสัดส่วนรายได้ที่น้อยมาก แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเริ่มชัดเจนเมื่อไหร่ นอกจากนี้บริษัทได้เน้นธุรกิจภูมิภาคแทนการรับจ้างผลิตสินค้า (โอดีเอ็ม) มากยิ่งขึ้น เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจของยุโรป ปัจจุบันบริษัทมีสาขาอยู่ที่อินเดีย บราซิล สโลวาเกีย สิงคโปร์ และไทย โดยจะเน้นการขายแบบจ้างเหมาเบ็ดเสร็จ (เทิร์นคีย์) ซึ่งมีข้อดีคือรายได้ที่แน่นอนจากสัญญาแบบรายเดือนหรือปี” นางสาวกุลวดี กล่าว

นางสาวกุลวดี กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 3-5% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะเติบโต 5-10% ต่อปีในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ส่งผลให้การเติบโตของรายได้ในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

“ในปีนี้บริษัทมีการลงทุนปรับเปลี่ยนสายการผลิต การปรับปรุงศูนย์ข้อมูล และลงทุนในเครื่องจักรอัตโนมัติ นอกจากนี้ยอดขายของธุรกิจภูมิภาคบางส่วนลดลง เนื่องจากการเลือกตั้งในอินเดียซึ่งทำให้งบประมาณการใช้จ่ายลดลง แต่การเติบโตที่ต่ำกว่าปกติในปีนี้ จะช่วยหนุนให้รายได้ปีหน้าบริษัทเติบโตได้เกินกว่าค่าเฉลี่ย เพราะสถานการณ์ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ ส่วนกำไรสุทธิน่าจะเติบโตได้มากกว่า เนื่องจากบริษัทมีการควบคุมต้นทุนการผลิตและปรับเปลี่ยนการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทุกปี” นางสาวกุลวดี กล่าว

ในขณะที่งบลงทุนปีหน้าบริษัทตั้งไว้ประมาณ 30-50 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะใช้ในการบำรุงรักษาสายการผลิตเก่า 5-10 ล้านดอลลาร์ เป็นประจำทุกปี ส่วนที่เหลือจะใช้ในการขยายสำนักงานที่อินเดียให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น และใช้ในการปรับปรุงสายการผลิตทางด้านยานยนต์ ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปีนี้ และจะเริ่มขายอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า นอกจากนี้จะใช้ในการปรับปรุงสายการผลิตระบบอัตโนมัติ (ออร์โตเมชั่น)

“สำหรับงบลงทุน 30-50 ล้านดอลลาร์นี้ ยังไม่รวมกับงบที่ใช้ในการซื้อกิจการ ซึ่งส่วนของการซื้อกิจการนั้นบริษัทได้กันงบไว้แล้ว 300 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ปี 2551” นางสาวกุลวดี กล่าว

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 4/57 คาดว่าจะลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นช่วงที่ยอดขายของบริษัทจะลดลงเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว เพราะต้องมีการจัดการกับสต็อกสินค้า และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2557 ของบริษัท มีกำไรพิเศษจากการขายบริษัทลูกประมาณ 197 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขายให้บริษัทในกลุ่มเดลต้า เพื่อปรับปรุงระบบการวางแผนภาษี ส่วนในอนาคตจะมีการขายบริษัทลูกอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อาทิ การปรับเปลี่ยนกฎหมายไทย กฎหมายต่างประเทศ ฐานลูกค้า เป็นต้น

ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,946.72 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.56 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,642.95 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 1.32 บาท ส่วนงวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 4,836.31 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.88 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,320.02 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.46 บาท สาเหตุที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจาก กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น และมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทลูก