SET จะรีบาวน์เพื่อลงต่อ
SET View
แนวโน้ม SET จะรีบาวน์เพื่อปรับลงในกรอบ 1515-1535 จุด เพื่อรอปัจจัยใหม่(1) ช่วงเปิดตลาดจะผันผวนไร้ทิศทาง คาดนักลงทุนรอดูตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของจีนที่จะออกมาช่วงสาย consensus คาดที่ 7.1% ลดลงจาก 7.5% ใน 2Q57 หากออกมาดีกว่าคาดมากจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย และในทางกลับกัน (2) หุ้นกลุ่มธนาคารจะผันผวน จากแรงซื้อกลับหุ้นที่มีผลประกอบการ 3Q57 ดีกว่าคาด (BBL KBANK LHBANK TISCOและ TMB)และจะมีการขายทำกำไรหุ้นที่มีผลประกอบการแย่กว่าคาด (3)คาดแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มพลังงานบางตัวหลังราคาน้ำมันดิบ Brent เริ่มทรงตัวแถว US$84ต่อบาร์เรล เป็นวันที่สามติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม SET จะถูกกดดันจาก (4) ทางเทคนิคหลังจากหลุด uptrend channel บริเวณ 1545 จุดทำให้สูญเสียรูปแบบขาขึ้น และ SET จะมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1500 จุดหรือต่ำกว่า(5) นักลงทุนบางส่วนจะเริ่มชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประชุม FOMC กลางสัปดาห์หน้าที่จะมีการยุติมาตรการ QE และท่าทีต่อนโยบายการเงิน
กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 กลับมาเน้นถือครองเงินสด การเข้าลงทุนระยะสั้นควรหาจังหวะที่ SET ปรับลดลงแรง และไม่ควรเข้าไล่ราคา
(1)Top Daily Pick :BBL(กำไรสุทธิ 3Q57 ที่ 9.6 พันล้านบาทโต 6%QoQ และ 7%YoY ดีกว่านักวิเคราะห์คาดซื้อขายเพียง 1xP/BV’58 ต่ำสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่)TUF (คาดผลประกอบการ 3Q57 เติบโตทั้ง QoQ และ YoYจากปัจจัยฤดูกาล ต้นทุนทูน่าดิบต่ำลง และการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้ง มีโอกาสถูกปรับเพิ่มประมาณการจากการเข้าซื้อกิจการ)
(2)Technical Pick :OCEAN NIPPON EE PAF CHOW
(3)Theme Play : กลุ่มสื่อสารขนาดใหญ่และกลุ่มอาหาร คาดว่าผลประกอบการ 3Q57 จะออกมาดี และมีโอกาสที่นักวิเคราะห์จะปรับเพิ่มประมาณการหลังงบออก(ADVANC DTAC INTUCH THCOM CPF TUF ) กลุ่มโรงไฟฟ้า ที่ผลประกอบการไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจ และมีโอกาสปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมหากมีการประมูลโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้น (EGCO RATCH)
รายงานวันนี้
Preview : KAMART (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 7.50 บาท) การขยายช่องทางจัดจำหน่ายช่วยผลักดันการเติบโตปี 58
Preview : MCOT (ขาย / มูลค่าเหมาะสม 19 บาท) ถูกกระทบหนักจากการแข่งขันสูงและต้นทุนเพิ่ม
Preview : SPALI (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 27.40 บาท) กำไร3Q57เติบโตเด่นบันทึกรายได้จากคอนโดมีเนียม
หุ้นกลุ่มธนาคารบางตัวมีโอกาสรีบาวน์สวนตลาด
ระยะ 1-2 สัปดาห์
•หลังการประกาศผลประกอบการ 3Q57 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพบว่ามี หลายตัวมีกำไรสุทธิมากกว่าที่ตลาดคาด(BBL KBANK LHBANK และTMB)เป็นผลมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตกอปรกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ดีขึ้นจากต้นทุนการเงินที่ลดลง ในขณะที่ยอดสินเชื่อเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนยอดหนี้เสียยังคงเพิ่มเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLRatio)ส่วนใหญ่ยังค่อนข้างทรงตัว
•ระยะสั้น เราคาดหมายการรีบาวด์ของหุ้นกลุ่มธนาคารบางตัวที่มีผลประกอบการดีกว่าคาดซึ่งราคาหุ้นปรับลงมาแรงก่อนหน้านี้ผลจากปัจจัยซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการ เราเลือกBBL และKBANKน่าสนใจสุดในการหาจังหวะเข้าลงทุนระยะสั้นเพื่อไปรอขายช่วงรีบาวน์จากโอกาสซื้อคืนของนักลงทุนที่ขายออกมาก่อนหน้านี้
•อย่างไรก็ตามเรามองว่าการรีบาวด์จะเกิดขึ้นในกรอบจำกัดเท่านั้น เนื่องจากแนวโน้มระยะกลางสำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารยังมีแรงกดดันจากปัจจัยฤดูกาลที่ผลประกอบการ 4Q57 ของหุ้นกลุ่มนี้จะเป็นระดับต่ำสุดของปี เนื่องจากการบันทึกค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองที่มากกว่าไตรมาสอื่น โดยคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q57 ของ BBL และ KBANK มีโอกาสลดลงราว 10%-20% จากไตรมาสนี้
•นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่หุ้นกลุ่มนี้จะถูกปรับลดประมาณการกำไรลงในระยะต่อไป ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอ่อนแอและฟื้นตัวช้า ล่าสุดยอดการส่งออกเดือน ส.ค. ที่ยังติดลบ 7.2% ขณะที่ยอดนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบยังติดลบ 21.2% และ 10.2% ตามลำดับ สะท้อนว่าภาคส่งออกซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ฟื้นตัวขณะที่หนี้สินภาคครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงแถว 84% ของ GDPณ สิ้น 2Q57 จะฉุดการบริโภคภาคครัวเรือน รวมถึงถ่วงการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคลขณะเดียวกันอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 60% ในเดือนส.ค. อาจถ่วงการเติบโตของสินเชื่อภาคธุรกิจด้วยปัจจัยดังกล่าวเราเชื่อว่าจะนำไปสู่การปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของ GDP รวมถึงของสินเชื่อในโอกาสต่อไป
สรุปแนะนำหาจังหวะลงทุนระยะสั้นหรือทยอยสะสมหุ้น BBL และ KBANK เมื่อราคาอ่อนตัวลงมา เพื่อไปรอขายช่วงที่ SET ฟื้นตัว








