วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยอดจดทะเบียนบริษัทพุ่งจับตา'ลำพูน'สูงผิดปกติ

“พาณิชย์”เผยยอดบริษัทตั้งใหม่ก.ย.เพิ่มสูงสุดในรอบปี จับตาธุรกิจลูกโซ่ ล่าสุดที่อ.ลี้ มีสูงถึง120ราย

“พาณิชย์”เผยยอดบริษัทตั้งใหม่ก.ย.เพิ่มสูงสุดในรอบปี คาดทั้งปีทะลุ 6 หมื่นรายจับตาธุรกิจลูกโซ่รูปแบบใหม่ หลอกชาวบ้านเปิดบริษัทใหม่ ล่าสุดที่อ.ลี้ มีสูงถึง 120 ราย ตั้งข้อสังเกตจดทะเบียนเพิ่มผิดปกติ คาดเปิดบริษัทรับเหมาหลอกลวงลงทุนโครงการรัฐ หรือระบบแชร์ลูกโซ่

นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เดือนก.ย.2557 มีผู้ประกอบการยื่นจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 6,079 ราย เพิ่มขึ้น 875 ราย หรือเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 457 ราย หรือเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย.2556 ซึ่งเป็นการจดทะเบียนตั้งใหม่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบปี 2557 ส่วนการจดทะเบียนเลิก มีจำนวน 1,643 ราย เพิ่มขึ้น 407 ราย หรือเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 193 ราย หรือเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย.2556

สำหรับแนวโน้มการจดทะเบียนตั้งใหม่ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่า จะยังขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะคนเริ่มมั่นใจในการทำธุรกิจ ประกอบกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น โดยทั้งปีคาดว่าการจดตั้งใหม่จะทำได้ 6 หมื่นกว่ารายขึ้นไป โดยเฉลี่ยอีก 3 เดือน น่าจะจดตั้งใหม่ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5 พันราย โดยในช่วง 9 เดือนของปี 2557 (ม.ค.-ก.ย.) มีธุรกิจจดตั้งใหม่แล้ว 46,341 ราย และจดทะเบียนเลิก 10,206 ราย

กรมฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่ อ.ลี้ จ.ลำพูน หลังพบว่ามีการจดทะเบียนเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ โดยมีกลุ่มบุคคลจำนวน 4 ราย ลงไปชักจูงให้ชาวบ้าน มาทำการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อลงทุนทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ล่าสุดมีผู้มายื่นจดทะเบียนแล้ว 120 ราย ซึ่งกรมฯ กำลังตรวจสอบอยู่ว่าเป็นการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือเป็นการหลอกลวงเพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น

“ตอนนี้มีกลุ่มบุคคลเข้าไปชักจูงชาวบ้านให้มาจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดในพื้นที่ อ.ลี้ และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมากผิดปกติ ทั้งๆ ที่ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะจดไปเพื่ออะไร ซึ่งกรมฯ กำลังเฝ้าระวังว่าอาจจะเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือการทำธุรกิจหลอกลวง เพื่อให้ชาวบ้านเอาเงินมาลงทุนในภายหลัง เพราะทำเหมือนว่าชาวบ้านเป็นเจ้าของธุรกิจ จากการที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเอง แต่จริงๆ ไม่น่าจะใช่”นางสาวผ่องพรรณกล่าว

เบื้องต้นมีแนวโน้มที่จะเป็นการหลอกลวงให้เข้ามาลงทุนลักษณะเครือข่าย เช่น อ้างว่าถ้าลงทุนมาก ก็จะได้รับส่วนแบ่งมาก เพราะตอนนี้ รัฐบาลมีโครงการเมกะโปรเจคมาก ก็น่าเป็นห่วง หากมีการหลอกลวงให้มาลงทุน ซึ่งกรมฯ ได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ช่วยสอดส่องดูแล และแจ้งชาวบ้านว่าหากไม่ประสงค์ที่จะประกอบธุรกิจ ขอให้แจ้งยกเลิกเพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระในการทำบัญชี และส่งงบเงินการตามกฎหมาย หากไม่ทำก็จะมีความผิด