แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 268 บาท
กำไร 9M57 เพิ่มขึ้น 14% คงประมาณการทั้งปีที่คาดจะเติบโต 12%
•แจ้งกำไร 3Q57 เพิ่มขึ้น 17%YoYและ 7%QoQ กำไร 9M57 เติบโต 14%
•คงประมาณการกำไรปี 57 – 58 ตามเดิม
•สินเชื่อปลาย 3Q57 เติบโต 4.3%YTD คุณภาพสินทรัพย์ยังดี
•คงคำแนะนำ“ซื้อ” ราคาเหมาะสม 268 บาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
แจ้งกำไร 3Q57 เพิ่มขึ้น 17%YoYและ 7%QoQ กำไร 9M57 เติบโต 14% : ในช่วง 3Q57 มีกำไรสุทธิ 1.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%YoY และ 7%QoQ ดีกว่าคาด 8% เนื่องจาก 1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM)ที่ปรับดีขึ้นเป็น 3.7% จาก 3.61% ในไตรมาสแรกและ 3.52% ใน 2Q56 เนื่องจากต้นทุนเงินฝากลดลง 2) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่ำกว่าคาด โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ที่ระดับ 42% ลดลงจากระดับ 44.3% ใน 2Q57 แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 42.4% ใน 3Q56 โดยยังต่ำกว่าคาดที่ระดับ 44% ทั้งนี้ กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 57 เท่ากับ 3.6 หมื่นล้านบาทเติบโต 14%YoY
คงประมาณการกำไรปี 57 – 58 ตามเดิม : กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 57 คิดเป็น 78% ของประมาณการทั้งปีที่ 4.6 หมื่นล้านบาท ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ตามเดิม เนื่องจากคาดว่าการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในช่วงไตรมาสสุดท้ายทำให้คาดว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้นจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในช่วงปลายปี เห็นได้จากในช่วง 4Q56 มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 48.4% เทียบกับค่าเฉลี่ยทั้งปี 56 ที่ระดับ 43.7% ทั้งนี้ยังคงประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 58 ตามเดิมที่ 5.2 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 12% บนสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อ 8% เทียบกับ 7.5% ในปีนี้
สินเชื่อปลาย 3Q57 เติบโต 4.3%YTD คุณภาพสินทรัพย์ยังดี : ปลายเดือน ก.ย. 57 สินเชื่อเติบโต 4.3% จากปลายปี 56 เร่งตัวขึ้นต่อเนื่องทุกปลายไตรมาสจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ สินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่าเป็นห่วงอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ 2.16% จาก 2.1% เมื่อสิ้นปี 56 ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและปัจจัยในเรื่องฤดูกาลจะทำให้การปล่อยสินเชื่อเร่งตัวมากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีน่าจะทำสินเชื่อเติบโตได้ใกล้เคียงสมมติฐานที่ระดับ 7.5%
คงคำแนะนำ“ซื้อ” ราคาเหมาะสม 268 บาท: ปัจจัยพื้นฐานของ KBANK ยังแข็งแกร่งจากการแบงก์ขนาดใหญ่ที่มีพอร์ตสินเชื่อกระจายตัวดีและมีประสิทธิภาพในการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้ผลประกอบการยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งจากที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ Basel III ที่ 16.98% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 13.98% ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 2.1 เท่าและ Ke ที่ 10.8% ได้เท่ากับ 268 บาท ซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”








