สคร.เตรียมส่งแผนฟื้นฟู รฟท.-ขสมก.เข้าสู่การประชุมซูเปอร์บอร์ดครั้งหน้า ระบุ7รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในข่ายฟื้นฟู
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจัดโดย สคร.เมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) ว่า ขณะนี้รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในข่ายฟื้นฟูกิจการจำนวน 7 แห่งได้ส่งแผนฟื้นฟูกิจการมายัง สคร.ครบทุกแห่งแล้ว
โดย 2 รัฐวิสาหกิจล่าสุดที่ส่งแผนมา คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่ง สคร.อยู่ระหว่างพิจารณา และจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการนโยบายและกำกับรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ในครั้งต่อไป
นายกุลิศ กล่าวต่อว่า เท่าที่พิจารณาแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่ง พบว่ามีหลายรัฐวิสาหกิจที่คืบหน้าในการฟื้นฟูกิจการ และจะเห็นภาพการฟื้นฟูที่ชัดเจน เช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยจะเห็นภาพที่บริษัทสามารถเข้าแข่งขันในเวทีโลกได้
ส่วน บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นั้น ทางซูเปอร์บอร์ดน่าจะเห็นภาพการฟื้นฟูที่ชัดเจน โดยซูเปอร์บอร์ดได้ตั้งคณะที่ปรึกษาเพื่อเข้ามากำหนดทิศทางการทำงานของทั้ง 2 แห่ง เพื่อรองรับนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะมุ่งในด้านดิจิทัล ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะเห็นภาพที่ชัดเจน
"ขณะนี้เราไม่ห่วงเรื่องแผนฟื้นฟูของรัฐวิสาหกิจ เพราะทุกแห่งก็เดินหน้าตามแผนฟื้นฟูได้ตามเป้าหมาย โดยในส่วนของแบงก์รัฐก็คืบหน้าในการฟื้นฟูเช่นกัน อาทิ เอสเอ็มอีแบงก์ เขาก็ทำงานกันทั้งเสาร์และอาทิตย์ ส่วนเรื่องการควบรวมกิจการของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันนั้น เรายังไม่มีนโยบาย และอยากให้แต่ละหน่วยงานดูแลตัวเองให้ได้ก่อน" นายกุลิศ ระบุ
สำหรับรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในข่ายฟื้นฟูกิจการขณะนี้ ประกอบด้วย การบินไทย รฟท. ขสมก. ทีโอที กสท โทรคมนาคม อิสลามแบงก์ และเอสเอ็มอีแบงก์
นายกุลิศ กล่าวอีกว่า การดูแลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจคืบหน้าไปมาก หลังจากมีซูเปอร์บอร์ดเข้ามาช่วยกำกับดูแล โดยเฉพาะการให้นโยบายดูแลเรื่องความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ได้ขอให้มีหน่วยงานในต่างประเทศที่เชี่ยวชาญเรื่องความโปร่งใสในการลงทุนเข้ามาร่วมในการวางแนวทาง ซึ่งล่าสุดองค์กรภาคีที่ทำหน้าที่สร้างความโปร่งใสด้านการลงทุนของประเทศอังกฤษร่วมกับธนาคารโลก ได้ตอบรับให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกแล้ว
ทั้งนี้ ซูเปอร์บอร์ดได้มีมติให้นำโครงการลงทุนของ บริษัทท่าอากาศยานไทย เฟส 2 เป็นโครงการนำร่องที่จะทำให้การลงทุนมีความโปร่งใส ขณะเดียวกัน ยังมีมติให้เพิ่มโครงการลงทุนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของ รฟม. (การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) นอกเหนือจากการลงทุนจัดซื้อรถยนต์เอ็นจีวีของ ขสมก.ที่จะร่วมทำสัญญาคุณธรรมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสด้วย โดยการสร้างความโปร่งใสในการลงทุนด้วย 2 แนวทางดังกล่าวจะไม่ทำให้กระบวนการลงทุนล่าช้าแต่อย่างใด
เขากล่าวด้วยว่า เพื่อรองรับการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล สคร.อยู่ระหว่างการเร่งรัดให้การบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ สคร.อยู่ระหว่างการพิจารณากฎหมายลูกจำนวน 8 ฉบับที่จะออกมารองรับ
ทั้งนี้ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ตั้งคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว โดยในเดือน พ.ย.นี้ สคร.จะเปิดให้ 3 ภาคส่วนเข้าแสดงความเห็น คือ กลุ่มรัฐวิสาหกิจ กลุ่มนักวิชาการ และกลุ่มผู้รับสัมปทาน
"เราจะเร่งให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อรองรับการลงทุนของรัฐบาล สิ่งสำคัญในขณะนี้ คือ การเปิดรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน เพื่อให้ข้อปฏิบัติในกฎหมายนี้ มีความเป็นไปได้ในทุกขั้นตอน" นายกุลิศ ระบุ






