"สศค." เตรียมชงรัฐบาลยกเลิก พรบ.กองทุนออมแห่งชาติ ชี้ต้นทุนการบริหารสูง เมื่อเทียบกับเงินสมทบขั้นต่ำ
"สศค." เตรียมชงรัฐบาลยกเลิก พรบ.กองทุนออมแห่งชาติ ชี้ต้นทุนการบริหารสูง เมื่อเทียบกับเงินสมทบขั้นต่ำ ทำให้ไม่มีการตั้งกองทุน ทั้งที่กฎหมายเริ่มบังคับใช้มาแล้ว 2 ปี เผยอยู่ระหว่างศึกษาต้นทุนเปรียบเทียบกับกองทุนประกันสังคม ที่เปิดให้แรงงานอิสระมาเป็นสมาชิกได้
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างการศึกษาการยกเลิกแผนการจัดตั้งกองทุนออมแห่งชาติ (กอช.) ตาม พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพ.ค. 2554 เนื่องจากต้นทุนการบริหารจัดการค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเงินสมทบขั้นต่ำที่สมาชิกจะต้องจ่ายเข้ามา
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า ตามกฎหมายรัฐบาล จะต้องการันตีผลตอบแทนของเงินกองทุน ไม่ให้ต่ำกว่าเงินฝากประจำของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งในการศึกษานั้น สศค.จะศึกษาเปรียบเทียบต้นทุนการดำเนินการ ระหว่างการจัดตั้งกองทุนกอช. กับการใช้มาตรา 40 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่เปิดให้แรงงานอิสระ สามารถเข้ามา เป็นสมาชิกประกันสังคมว่าวิธีใดจะมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน
“หลังพ.ร.บ.กอช.มีผลบังคับใช้ กำหนดให้เปิดรับสมัครสมาชิกภายใน 1 ปี แต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมามองว่าน่าจะใช้เครื่องมือของประกันสังคมดีกว่า จึงได้มีการแก้ไขมาตรา 40 ของกองทุนประกันสังคม ให้เปิดรับแรงงานอิสระเข้ามาอยู่ในกองทุนประกันสังคม ดังนั้นเมื่อกฎหมายตั้งขึ้นมาแล้วไม่ได้ใช้ ที่ผ่านมาต้องเสนอให้ยกเลิกกฎหมาย อย่างไรก็ตามสศค.จะศึกษาให้รอบคอบอีกครั้งว่าควรจะยกเลิกหรือไม่”
สำหรับต้นทุนกอช. เช่น ค่าบริหารจัดการกองทุน และรวมถึงค่าโอนเงินเข้ามายังกองทุนของสมาชิก ประมาณครั้งละ 10 บาท ถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบเงินที่สมาชิกจะส่งสมทบเข้ากองทุนขั้นต่ำที่ 50 บาทต่อเดือน สศค.จึงต้องศึกษาต้นทุนการบริหารของทั้ง 2 ช่องทางเปรียบกัน
นอกจากนี้ต้องมาเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่กองทุน จะจ่ายให้กับสมาชิก รวมถึงภาระของงบประมาณภาครัฐที่ต้องดูแลว่าใน 2 ช่องทางเป็นอย่างไร เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวตัดสินใจว่า ควรจะดำเนินการอย่างไรกับ กอช. ปัจจุบันมีแรงงานนอกระบบสมัครสมาชิกกองทุนประกันสังคม ตามในมาตรการ 40 แล้ว 2-3 แสนคน มีอัตราการสมัครเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กอช. ถูกผลักดัน เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นกองทุนเงินออมเพื่อการเกษียณอายุของแรงงานกว่า 35 ล้านคน แต่จนถึงบัดนี้นับจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ แล้ว ถึง 2 ปี กระทรวงการคลัง ยังไม่สามารถเปิดรับสมาชิก และเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล จากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผลักดันกฎหมายนี้ มาเป็นรัฐบาลเพื่อไทยก็ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้
“ตาม พ.ร.บ.กองทุน เงินออมแห่งชาตินั้น กำหนดกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ ต้องเปิดให้แรงงานนอกระบบ เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก กอช.ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2555 เป็นต้นไป โดยรัฐกำหนดใส่ทุนประเดิม 1 พันล้านบาท แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีการตั้งสำนักงาน เพื่อดำเนินการรับสมัครสมาชิก”








