วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มตลาดวันนี้

แกว่งตัวในกรอบ 1555-1580

โดย ยศพณ แสงนิล, CFA

เราคาดว่าตลาดไทยวันนี้จะแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยปัจจัยกดดันยังคงมีอยู่คือ ความวุ่นวายในฮ่องกง และต่างชาติที่ขายสุทธิในสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตามตลาดไทยจะปรับลงไม่มากและอาจมีลุ้นรีบาวด์ในกรอบจำกัด เนื่องจากมีการเก็งกำไรประเด็นการยกเลิกกฎอัยการศึกที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1550/1580

กลยุทธ์ : เน้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาล และแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า เล่นสั้น ลงทุนอย่างระมัดระวัง หากดัชนีอยู่บริเวณ 1600 จุด เนื่องจากอาจมีแรงขายทำกำไรกดดันตลาดได้ชั่วคราว

สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%

นักลงทุนระยะสั้น : OCEAN(1.80), AJP(1.60)

นักลงทุนระยะยาว : ITD(7), SVI(5.40)

จับข่าวมาเก็งกำไร

KTB : นายวรภัค ธันยาวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าว่า สินเชื่อของธนาคารในปีนี้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว โดยในไตรมาสที่ 4/57 จะมีความต้องการสินเชื่อขนาดใหญ่ สินเชื่อเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐบาล และความต้องการจะมีมากในไตรมาสที่ 1/58 ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีการเติบโตที่ดีแบบมีนัยสำคัญ ด้าน NPL ในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสินเชื่อรายย่อย โดยได้รับผลกระทบจากการเมืองที่ผ่านมา และเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ แต่ทางธนาคารก็ได้ให้ความช่วยเหลือจนทำให้กลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ ซึ่งมั่นใจว่าสิ้นปีนี้ Net Gross NPL จะไม่เกิน 1.5% อย่างแน่นอน ขณะที่ในไตรมาสที่ 3/57 ธนาคารมั่นใจว่าจะทำการตั้งสำรองปกติที่เดือนละ 700 ล้านบาท จากการที่ปรับไปก่อนหน้านี้เดือนละ 500 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าเพียงพอไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองพิเศษเพิ่มเติมแต่อย่างใด (ข่าวหุ้น)

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+อุตสาหกรรมก่อสร้างรับอานิสงส์แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.6 แสนล้าน ชี้หากเบิกจ่ายตามเป้าดันยอดปีนี้ไม่ติดลบ ส่วนปีหน้าติดปีกทะลุ 1 ล้านล้านมาจากรัฐ-เอกชนอย่างละครึ่ง แต่ห่วงแรงงานไม่เพียงพอ ทางด้านนักวิเคราะห์มองกลุ่มส่งออกยังโตรับอานิสงส์กำลังซื้อต่างประเทศยังสูง-ค่าบาทอ่อนค่า ระบุกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กำไรโตโดดเด่นครึ่งปีหลัง อานิสงส์เศรษฐกิจต่างประเทศฟื้นตัว ประเมินกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ซึมยาวอีก 3 ปี เหตุกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศยังไม่ฟื้นตัว

ปัจจัยต่างประเทศ

+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 208.64 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 17,009.69 จุดดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.) ทั้งดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ต่างก็ทำสถิติปรับตัวขึ้นสูงสุดในการซื้อขายระหว่างวันในรอบ 7 เดือน หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

+สัญญานํ้ามันดิบ ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 1.27 ดอลลาร์ ปิดที่ 89.74 ดอลลาร์/บาร์เรลสัญญานํ้ามันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.) เนื่องจากตลาดคาดว่าอุปทานนํ้ามันในตลาดโลกอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงกว่าอุปสงค์