วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.จ่อผุดคลังแอลเอ็นจีพม่า5ล้านตัน

ปตท.เล็งสร้างคลังแอลเอ็นจีพม่า5ล้านตัน หลังแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะส่งก๊าซมาไทยหมดอายุ

นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและเตรียมการก่อสร้างสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือLNG Terminal ที่ประเทศพม่า บริเวณจุดที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งก๊าซยาดานา และเยตากุน และก๊าซจากแหล่งซอติก้า มาขึ้นฝั่งเพื่อที่จะส่งต่อก๊าซมายังประเทศไทย โดยจุดดังกล่าวจะไม่ไกลจากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทวาย ทั้งนี้หากรัฐบาลยังไม่รีบตัดสินใจเชิงนโยบายในการเลือกพื้นที่ให้ ปตท.สร้างสถานีรับจ่ายและคลังแอลเอ็นจี เฟสที่3 อีก 5 ล้านตันต่อปี ในประเทศไทย ทางปตท.ก็จะเลือกเดินหน้าก่อสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจีที่พม่า ในจุดดังกล่าวไปเลย

นายณัฐชาติ กล่าวว่า การสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี ที่พม่า ขนาด 5 ล้านตันต่อปี หรือเทียบเท่าปริมาณก๊าซประมาณ 750 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จะช่วยเข้ามาทดแทนก๊าซธรรมชาติจากพม่า ในแหล่งยาดานา ที่อีกไม่ถึง 10 ปี ก็จะหมดอายุสัมปทาน และทางพม่า จะไม่มีก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นเข้ามาเสริมให้

ในขณะที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติยังมีขีดความสามารถในการรองรับก๊าซเหลืออยู่ รวมทั้งการขนส่งแอลเอ็นจี จากตะวันออกกลาง มายังจุดที่มีการศึกษาเอาไว้ จะสะดวกกว่าการขนส่งแอลเอ็นจี มาที่มาบตาพุด

ปัจจุบันปตท.มีสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี ในเฟสแรก 5ล้านตันแล้ว ที่มาบตาพุด และกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างคลังแอลเอ็นจี เฟสที่ 2 เพื่อให้มีขีดความสามารถในการรับจ่ายแอลเอ็นจี ได้อีก 5 ล้านตัน ซึ่งจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี2560 ส่วนในเฟสที่ 3 ทางกระทรวงพลังงานมีแนวคิดที่จะให้ปตท.เตรียมพื้นที่อื่นๆ เอาไว้นอกเหนือจากมาบตาพุด โดยเห็นว่า หากมีการสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด อาจจะมีปัญหาในเรื่องของความมั่นคง จึงเห็นว่าจุดที่พม่าบริเวณที่ท่อก๊าซธรรมชาติมาขึ้นฝั่ง นั้นน่าจะมีความเหมาะสม

“การสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจีในฝั่งพม่า ซึ่งมีท่อส่งก๊าซธรรมชาติเดิมอยู่แล้ว จะสร้างความมั่นคงให้กับโรงไฟฟ้าที่อยู่ในภาคตะวันตก ในส่วนของบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี โดยก่อนหน้านี้ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และบริษัทลูกคือบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีก็มีแนวคิดอยากจะนำเข้าแอลเอ็นจี มาป้อนโรงไฟฟ้าของตัวเอง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่มาหารือเพื่อลงทุนร่วมกันในโครงการแอลเอ็นจี ที่พม่า นี้ โดยเรื่องดังกล่าวจะต้องทำให้ชัดเจนล่วงหน้า เพราะในการสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี เฟสแรกต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ” นายณัฐชาติ กล่าว

นายณัฐชาติ กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่าจะมีการเตรียมความพร้อมที่จะสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี เพิ่มอีก5ล้านตัน รวมเป็น 15 ล้านตันในอนาคต แต่ประเทศไทยก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินสะอาดเป็นเชื้อเพลิง เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิงและช่วยให้ผู้บริโภคไม่ต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงมากนัก เพราะโรงไฟฟ้าที่ใช้แอลเอ็นจีนำเข้าจะมีราคาค่าไฟฟ้าสูงกว่าถ่านหินสะอาดนำเข้า

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเรื่องของ แผนพีดีพีฉบับใหม่ที่ต้องการจะปรับลดสัดส่วนโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติลงจากแผนเดิม ตามนโยบายของนายณรงค์ชัย อัครเศรณี โดยหากกำหนดโรงไฟฟ้าไอพีพี ของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ฯ และมิตซุยขนาดกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ ให้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตามแผนเดิม ในปี2565 ก็จะต้องรับตัดสินใจให้มีการก่อสร้างสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี ในเฟสที่3 อีกรองรับแอลเอ็นจีนำเข้าได้เพิ่มอีก 5 ล้านตันต่อปี