สินค้าปลอดภาษีมาแรงในญี่ปุ่นทำให้เชนห้างสรรพสินค้าทั่วทั้งญี่ปุ่น พากันขยายบริการให้กับลูกค้าจากต่างแดน
การคาดการณ์ว่า ความต้องการของขวัญ และของที่ระลึกในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มสูงขึ้น หลังสินค้าประเภทเครื่องสำอาง อาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งได้รับสถานะเป็นสินค้าปลอดภาษี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ทำให้เชนห้างสรรพสินค้าทั่วทั้งญี่ปุ่น พากันเร่งทำงานเพื่อขยายบริการให้กับลูกค้าจากต่างแดน
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นกำหนดให้มีสินค้าปลอดภาษีเพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้น อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเสื้อผ้า แต่นับจากเดือนตุลาคมเป็นต้น สิ่งของที่ได้รับการยกเว้นภาษี จะครอบคลุมถึง อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องสำอาง
เครือข่ายห้างสรรพสินค้าหลายราย กำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องดังกล่าว มีการดำเนินมาตรการหลายขั้นตอน อาทิ เพิ่มเคาน์เตอร์สำหรับซื้อขายประเภทนี้ และยังจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นด้วย
ตัวอย่างสำหรับเรื่องนี้ รวมถึง กรณี "ทากาชิมายะ" ที่มีบริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย สำหรับนักเดินทางต่างชาติในทุกร้านสาขา ทั้งยังมีการติดตั้งห้องทำละหมาดสำหรับชาวมุสลิม ในสาขาชินจูกุด้วย ห้างมัตสึยะ ก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นที่สาขากินซา พร้อมย้ายที่ตั้งเคาน์เตอร์ปลอดภาษี ลงไปอยู่ในโซนร้านอาหาร
ข้อมูลจากสมาคมห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่า บรรดาห้างสรรพสินค้ามียอดขายสินค้าปลอดภาษีเพิ่มขึ้น ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นมากขึ้น
ในช่วง 7 เดือน นับถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เหล่าห้างชื่อดังของญี่ปุ่น มียอดขายสินค้าปลอดภาษีที่ 33,000 ล้านเยน ซึ่งเป็นจำนวนที่เกือบจะเท่ากับยอดขายตลอดทั้งปีของปีที่แล้ว ซึ่งพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 38,400 ล้านดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เหล่านักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างแน่นอนว่า ในปีนี้ อาจจะได้เห็นยอดขายที่พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ในภาคค้าปลีก ซึ่งจะยิ่งช่วยสร้างแรงหนุนให้มีการขยายพื้นที่สำหรับการขายสินค้าปลอดภาษีเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นยังมีปัญหาบางเรื่องที่รอให้แก้ไขอยู่ อย่างเช่น เรื่องการกำหนดให้สินค้าปลอดภาษี จะต้องอุปโภคบริโภคภายนอกประเทศเท่านั้น จึงเป็นรื่องยากที่จะตัดสินใจได้ว่า อาหารประเภทของหวาน และสินค้าอื่นๆ ที่มีอายุสั้น ควรที่จะเปิดขายแบบปลอดภาษีหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของกฎข้อบังคับ ที่กำหนดให้ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ต้องติดสติกเกอร์ลงบนผลิตภัณฑ์ เตือนผู้บริโภคอย่าเพิ่งเปิดกล่อง ก่อนที่จะเดินทางออกจากญี่ปุ่น หรือใช้วิธีติดผลิตภัณฑ์กับกล่องเข้าด้วยกัน ซึ่งจะรู้ได้ทันทีหากมีการเปิดใช้งานสินค้า









