วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่ม'คอนซูมเมอร์'มั่นใจ'กำลังซื้อ'ไตรมาส4ฟื้น

บิ๊กคอนซูเมอร์ ประสานเสียงยอดขายไตรมาส 4 ฟื้นตัวต่อเนื่อง ชดเชย "ครึ่งปีแรก" ยอดขายติดลบ

"ไลอ้อน" แจงยอดขายไตรมาส 3 เป็นบวก รับทั้งปีโตทรงตัว บีเจซี เล็งจัดแคมเปญการตลาดต้อนรับฤดูหนาว ยันไม่ปรับราคาสินค้า

ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค มูลค่าหลายแสนล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าตลาดรวมธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง 1.45 ล้านล้านบาท พบทิศทางยอดขายปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มกลับมา

นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า คาดยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคไตรมาส 4 ปีนี้ จะขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ กลับมาจับจ่ายใช้สอย หลังชาวนาได้รับเงินคืนจากโครงการรับจำนำข้าว เมื่อนำไปชำระหนี้สินต่างๆ ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ส่วนคาดการณ์ยอดขายไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.) ปีนี้ว่า จะมีอัตราการเติบโตในแดน "บวก" ซึ่งส่งสัญญาณดีขึ้น เมื่อเทียบกับ "ครึ่งปีแรก" ที่ยอดขาย "ติดลบ" โดยเติบโตไม่น่าถึงระดับ 5% ตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากกำลังซื้อที่กลับมาไม่เต็มที่

"2-3 เดือนมานี้ยอดขายเป็นบวก แต่ยังไม่มากนัก ความมั่นใจของผู้บริโภคฟื้นตัวกลับมาแล้ว ประกอบกับรากหญ้าได้นำเงินค่าข้าว ใช้หนี้สินหมดไปแล้ว เมื่อมีรายได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มกำลังซื้อได้ ส่วนสินค้าของไลอ้อนที่เติบโตดีจะเป็นกลุ่มผงซักฟอก และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก" นายบุญฤทธิ์ กล่าว

ไลอ้อน ยันคงเป้ายอดขายทั้งปี

ส่วนแผนการตลาดโค้งสุดท้ายปี ไลอ้อนจะเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ ใช้แล้วเกิดความคุ้มค่า เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างยั่งยืน มากกว่ากิจกรรมการตลาด

"ปลายปีคงไม่มีหมัดเด็ดการตลาด ซึ่งจริงๆ ตลาดไม่ถึงกับต้องขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกิจกรรมการตลาดทั้งหมด เพราะคอนซูเมอร์ โปรดักส์ไม่ใช่สินค้าแฟชั่น ไม่ได้ใช้เพราะความนิยม แต่เป็นสินค้าจำเป็นต้องการอุปโภคบริโภค ดังนั้นการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ และมีความคุ้มค่าจะรักษาการเติบโตที่ยั่งยืนได้ดีกว่า ส่วนภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไป เมื่อยอดขายไม่ดีก็จะอัดกิจกรรมตลาดออกมามากเพื่อกระตุ้นยอดขาย"

นายบุญฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับภาพรวมยอดขายของไลอ้อนปีนี้ ตั้งเป้ายอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 5-6% แม้ครึ่งปีแรกจะเติบโตติดลบ แต่จนถึงขณะนี้ยังคงไม่ปรับเป้ายอดขายทั้งปี

'สยามพิวรรธน์' ลุ้นยอดขายโต 2-3%

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอร์รี่ สยามเซ็นเตอร์ และพาราไดซ์ปาร์ค กล่าวถึงภาพรวมกำลังซื้อไตรมาส 3 ว่า ปรับตัวดีขึ้น โดยเดือนก.ค.-ก.ย. ตัวเลขเติบโต "ก้าวกระโดด" ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและอาหรับ กลับเข้ามาในไทยตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องถึงสิ้นปี สอดคล้องกับธุรกิจโรงแรม 3-5 ดาวย่านราชประสงค์ เช่น โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ อัตราการเข้าพักกลับมาอยู่ในภาวะปกติ โดยยอดจองห้องพักเดือนต.ค.ตัวเลขดีมาก

ภาพรวมยอดขายของบริษัทคาดว่า สิ้นปีเติบโตในระดับทรงตัวเท่ากับปีก่อนปิดยอดขายเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แต่มีแนวโน้มยอดขายปีนี้ จะเติบโตเล็กน้อย 2-3% จากการฟื้นตัวรวดเร็วของตลาด

"ยอดขายปีนี้เราไม่ได้ตั้งเป้าไว้ แต่คาดว่าจะเติบโตทรงตัวหรือดีกว่าปีก่อนเล็กน้อย 2-3% จากกำลังซื้อฟื้นตัว นักท่องเที่ยวกลับมา เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้จับจ่ายใช้สอยภายในศูนย์การค้าของบริษัทสัดส่วนถึง 20% ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา เราเผชิญวิกฤติมากมาย แต่เมื่อสถานการณ์นิ่ง การฟื้นตัวเร็วจะดีดกลับมาเร็วมาก" นางชฎาทิพ ระบุ

ด้านนายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และฝ่ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ในเครือทีซีซี เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคไตรมาส 3 ยอดขายกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกตลาด “ติดลบ” เช่นเดียวกับยอดขายของบริษัทที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สินค้าที่ยอดขายกระเตื้องขึ้น จะเป็นกลุ่มสบู่ สินค้าส่วนบุคคล (เพอร์ซันนอลแคร์) เพราะเป็นสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ส่วนกลุ่มกระดาษชำระ (ทิชชู่) ยอดขายคงที่ ส่วนแนวโน้มยอดขายไตรมาส 4 คาดว่า ตลาดคอนซูเมอร์จะขยายตัวได้ 4-5% แต่ไม่สามารถชดเชยการหดตัวที่เกิดขึ้นในครึ่งปีแรกได้

ส่วนแผนการดำเนินงานไตรมาส 4 ของบริษัท จะจัดแคมเปญการตลาดต้อนรับฤดูหนาว

“เดือนก.ค.-ส.ค. ยอดขายคอนซูเมอร์ โปรดักส์ เช่น สบู่โตขึ้นทุกเดือน จากต้นปีตกไปเยอะ ส่วนแผนไตรมาส 4 การทำตลาดคงโหมมากกว่าปัจจุบันไม่ได้ เพราะตลาดการซื้อ 1 แถม 1 ถือว่าเต็มที่แล้ว โดยบริษัทได้ทำโปรโมชั่นดังกล่าวกับสบู่นกแก้ว เป็นต้น”

ตลาดรวมคอนซูเมอร์โตต่ำสุดรอบ 10 ปี

นายสรรค์ชัย ยังกล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนซูเมอร์ โปรดักส์มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค้าปลีกมูลค่า 1.45 ล้านล้านบาท ปกติตลาดเติบโต 4-5% แต่ปีนี้ “ติดลบ” 3-4% ซึ่งต่ำสุดรอบ 10 ปี ถือเป็น “ยุคมืด” ของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค จาก 4 ปัจจัย ได้แก่ 1. ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย 2.อำนาจการต่อรองของช่องทางการจำหน่ายสูงขึ้น เป็นปัญหาที่กดดันต้นทุนของผู้ผลิต โดยปัจจุบันบริษัทจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) มากกว่าร้านค้าทั่วไป (เทรดดิชั่นนอลเทรด)ในสัดส่วน 60:40%

3.ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน โดยสื่อเก่ามีประสิทธิภาพลดลง และต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่สื่อโทรทัศน์ก็ยังฝุ่นตลบ โดยเฉพาะ 24 ช่องทีวีดิจิทัล และ 4.ปัจจัยทั้งหมดข้างต้นทำให้เกิดสงครามราคา กระทบการเติบโตของตลาด

'ไลอ้อน-บีเจซี' ยันไม่ขึ้นราคาสินค้า

นายบุญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ้นเดือนพ.ย.จะสิ้นสุดมาตรการตรึงสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือ ประกอบกับกระทรวงพลังงานจะพิจารณาขึ้นราคาน้ำมันดีเซล อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต แต่ยืนยันยังไม่มีแนวคิดขึ้นราคาขายสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าว

เช่นเดียวกับ นายสรรค์ชัย ที่ระบุว่า แม้รัฐบาลมีแนวคิดจะขึ้นราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันดีเซล และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) แต่คาดว่า จะไม่กระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้ามากนัก เพราะพลังงานคิดเป็นต้นทุนราว 10% ของสินค้าซึ่งไม่มากนัก และยอมรับจะมีผลต่อต้นทุนโลจิสติกส์บ้าง แต่บริษัทยังไม่มีแนวคิดจะขึ้นราคาสินค้า เพราะเป็นการซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค