วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

GLOBAL - ขาย

ผลการดำเนินงานอ่อนตัวจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2558

ประเด็นการลงทุน

GLOBAL ยังดูจะมีผลการดำเนินงานแย่ที่สุดในกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประชากรรายได้ปานกลางจนถึงต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อำนาจซื้อถูกกระทบมากที่สุด นอกจากนี้ราคาหุ้นถือว่าแพงมากด้วย PER ปี 2557 ที่ 57 เท่า และปี 58 ที่ 43 เท่า ถึงแม้จะปรับผลกระทบจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่แล้วก็ตาม PER ก็ยังคงแพงที่ 45 เท่าในปี 2557 และ 36 เท่าในปี 2558 เทียบกับค่า PER เฉลี่ยกลุ่มที่ 35 เท่าและ 28 เท่าตามลำดับ เราปรับเปลียนระยะเวลาการลงทุนเป็นสิ้นปี 2558 ส่งผลให้ราคาเป้าหมายของเราเพิ่มขึ้นเป็น 13.50 บาทจาก 11.80 บาท แต่เรายังคงคำแนะนำ ขาย

ยอดขายสาขาเดิมยังคงหดตัว

อุปสงค์วัสดุก่อสร้างระดับล่าง-กลางในต่างจังหวัดยังคงอ่อนตัวในไตรมาส 3/57 และการฟื้นตัวอาจจะยังไม่เห็นแม้หลังฤดูเก็บเกี่ยวในเดือนพ.ย. ระดับหนี้สินภาคครัวเรือนที่ยังคงสูงและราคาผลิตผลทางการเกษตรที่ต่ำโดยเฉพาะข้าวเปลือกและยางพาราจะเป็นปัจจัยส่งผลให้การบริโภคลดน้อยลง นอกจากนี้ ผลกระทบจากการแย่งลูกค้ากันเองระหว่างสาขาและการปิดสาขาที่สุรินทร์ชั่วคราวทำให้เรามองว่ายอดขายสาขาเดิมน่าจะลดลง 8% ในไตรมาส 3/57 และ 3% ในไตรมาส 4/57

กลับมาขยายสาขา

GLOBAL กลับมาขยายสาขาอีกครั้งหลังหยุดการขยายสาขาชั่วคราวจากเหตุการณ์ที่สาขาสุรินทร์ในเดือนพ.ค. โดยเปิดไปแล้ว 2 สาขาในไตรมาส 3/57 และจะเปิดให้บริการอีก 3 สาขาในไตรมาส 4/57 ส่งผลให้การขยายสาขาทั้งหมดสำหรับปี 2557 เป็น 7 สาขา ส่วนในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 12 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 อย่างไรก็ตามเนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทไม่สามารถบรรลุเป้าการขยายสาขาตามที่ตั้งไว้ได้ ดังนั้นเราจึงให้สมมติฐานว่า GLOBAL จะสามารถเปิดสาขาใหม่ได้เพียง 10 สาขาในปี 2558 ทั้งนี้บริษัทมีการตั้งเป้าการขยายสาขาที่ 12 สาขาต่อปีตั้งแต่ปี 2555 แต่สามารถเปิดได้เพียง 7 สาขาต่อปีในช่วงปี 2555-2557

อัตรากำไรอาจไม่ขยายตัวมากหลังเปิดใช้คลังสินค้า

หลังมีการล่าช้ามาเป็นระยะเวลานาน GLOBAL ยืนยันว่าจะเริ่มเปิดใช้คลังสินค้าได้ในช่วงกลางปี 2558 (กำหนดการเดิมคือต้นปี 2557) บริษัทคาดว่าอัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังจะสั้นลงจาก 150-180 วันเป็น 120 วันภายในหนึ่งปี และเป็น 100-110 วันในระยะยาว ซึ่งจะช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนและต้นทุนโดยรวมลงได้ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรอาจไม่ขยายตัวมากนักเนื่องจากผู้บริหารมีนโยบายคงระดับราคาขายไว้ในระดับต่ำเพื่อต่อสู่กับการแข่งขันในตลาด

การขยายตลาดไปยังต่างประเทศอาจส่งผลดีระยะยาว แต่จะกดดันกำไรในระยะสั้น

พม่าน่าจะเป็นประเทศแรกที่ GLOBAL จะเข้าไปขยายตลาด ซึ่งอย่างเร็วที่สุดน่าจะเป็นช่วงปลายปี 2558 การขยายสาขาสู่ต่างประเทศจะช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่บริษัทได้อย่างมาก แต่ก็อาจเป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรในระยะสั้น-กลางเช่นกัน นอกจากนี้เนื่องจากธุรกิจของ GLOBAL ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมากสำหรับการขยายสาขา ในขณะที่ฐานเงินทุนของบริษัทยังค่อนข้างเล็ก จึงมีความเสี่ยงที่อาจทำให้บริษัทต้องทำการเพิ่มทุนในที่สุด