วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SST

เติบโตก้าวกระโดดจาก M&A

ซื้อ Greyhound หนุนการเติบโต

SST ลงทุนซื้อ Greyhound เมื่อเดือน ก.ค. ผ่านบริษัทย่อย (SST ถือหุ้น 75%) มีมูลค่าการลงทุน 1,854 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตจากแผนการขยายสาขา Greyhound café ในไทย และบุกตลาดเอเชียในรูปแบบของการขยายสาขาแบบ Franchise เริ่มเห็นความชัดเจนจากการทำข้อตกลงกับคู่ค้าในมาเลเซียเป็นประเทศแรก โดยผู้บริหารตั้งเป้าหมายเปิดสาขา Greyhound café ปีละ 1 ประเทศ เรามองว่า Greyhound จะสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิระยะยาว ทำให้ระดับอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5 ปีข้างหน้า (2558-2562) อยู่ที่ระดับ 20% และเราคาดในปี 2558 Greyhound café จะสามารถส่งผ่านรายได้ให้บริษัท 21% ของรายได้รวม และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 28% ในปี 2560

ธุรกิจเดิมเป็นฐานทีแข็งแกร่ง

SST มีศักยภาพในการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยขยายสาขา Dunkin Donut เชิงรุก 17 สาขาต่อปี พร้อมลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตใหม่ เพื่อเร่งให้อัตรากำไรสุทธิให้ทรงตัวสูงเหนือคู่แข่ง ส่วน Au Bon Pain ได้รับใบอนุญาตการขยายสาขาในกลุ่มประเทศ CLMV โดยจะเปิดสาขาในโรงพยาบาลชั้นนำที่ทำธุรกิจกันมาก่อนทำให้มีความเสี่ยงน้อย นอกจากนี้ Baskin Robbins ที่ขาดทุนมานาน เริ่มมีสัญญาณการพลิกมาทำกำไรหลังจาก EBITDA กลับมาเป็นบวก โดยเราคาดว่า Baskin Robbins จะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2558

พลิกกลับมาเป็นกำไรปีนี

แม้ว่าการขายธุรกิจน้ำมันพืชและอาหารสัตว์จะทำให้ SST มีผลขาดทุนจากรายการนี้ 113 ล้านบาท แต่เรามองว่าจะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของ SST ในระยะยาว เพราะไม่ต้องแบกภาระขาดทุนจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและดอกเบี้ยสูงกว่าปีละ 70 ล้านบาท ขณะเดียวกัน SST จะบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน SSTSS สุทธิหลังหักภาษี 332 ล้านบาท ทำให้ผลประกอบการในปี 2557 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 333 ล้านบาท แต่ยังคงมีผลขาดทุนจากธุรกิจปกติเล็กน้อยก่อนที่จะฟื้นตัวมามีกำไร 258 ล้านบาทในปี 2558

แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 41 บาท

จากการศึกษาเรามองว่าธุรกิจของ SST ยังมีแนวโน้มเติบโตจาก 1) การขยายสาขาเชิงรุกทั้งในไทยและในต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง 2) การประหยัดจากขนาดสนับสนุน Margin สูงขึ้น และ 3) ภาคการบริโภคในประเทศมีการขยายตัวดีขึ้นราว 3.5% YoY ทั้งนี้เราประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี Discounted Cash Flow ได้มูลค่าเหมาะสมเป็น41 บาท เทียบเท่า 42xP/E’58 แม้แพงเมือเทียบกับกลุ่มที 28 เท่า แต่อัตราส่วน Price to Sales เท่ากับ 2.2 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มอาหารเครือข่ายที่มีค่าเฉลี่ยราว 2.5 เท่า และมีการเติบโตสูงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีโอกาสจ่ายหุ้นปันผล