วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.ผนึกยักษ์ซาอุฯลุยปิโตรฯเวียดนาม

ปตท.จับมือซาอุดิอารามโก บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของโลก เข้าลงทุนโครงการ"โรงกลั่นปิโตรเคมี”แห่งแรกในเวียดนาม

มูลค่าลงทุน 22,000 ล้านดอลลาร์ คาดจะช่วยดันให้จีดีพีเวียดนามขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 3-4% ในอีก 7 ปีข้างหน้า ในขณะที่โครงการโรงกลั่นและปิโตรเคมี อินโดนีเซีย กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรรายที่สามเข้าร่วมทุน

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า คณะผู้บริหารของ ปตท.ซึ่งนำโดยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารของซาอุดิอารามโก ได้เข้าคารวะนายเหงียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนามและคณะ หลังส่งมอบผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้าง “โรงกลั่นปิโตรเคมี” (Petrochemical Refinery Complex) แห่งแรกในประเทศเวียดนาม ในบริเวณเขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi จังหวัด BinhDinh ต่อรัฐบาลเวียดนาม ที่ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งปตท.และซาอุดิอารามโก บริษัทพลังงานรายใหญ่ของโลก ที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบอยู่ในมือจำนวนมาก ได้ยืนยันความพร้อมที่จะลงทุนในโครงการดังกล่าว โดยรอเพียงขั้นตอนรัฐบาลเวียดนาม

โรงกลั่นน้ำมันที่ได้มีการศึกษาจะมีกำลังการกลั่น 400,000 บาร์เรลต่อวัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี 5 ล้านตันต่อปี โดยมีเงินลงทุนโครงการ 22,000 ล้านดอลลาร์ เพียงพอที่จะช่วยทดแทนการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปในเวียดนาม และรองรับความต้องการใช้น้ำมันในฝั่งตะวันออกของเอเชียอย่างฟิลิปปินส์ จีนและญี่ปุ่น สอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือAECในปลายปี2558

นายอธิคม เติบศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ปตท.และซาอุดิอารามโก จะถือหุ้นฝั่งละ 40% และอีก20%เป็นในส่วนของรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ให้รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ทำข้อสรุปเสนอภายใน 1 เดือน ก่อนมีคำตอบให้กับ ปตท.ถึงขั้นตอนกระบวนการต่างๆ และมาตรการส่งเสริมเกี่ยวกับการลงทุนของโครงการ โดยจากผลการศึกษาที่ออกมา คาดว่าจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติหรือ จีดีพี เติบโตขึ้นอีกประมาณ 3-4% ซึ่งการดำเนินโครงการจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2556 ทางรัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติให้กลุ่ม ปตท.ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้โดยละเอียดของโครงการพัฒนาโรงกลั่นปิโตรเคมี (Detailed FeasibilityStudy: DFS)

นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี กล่าวว่า โครงการโรงกลั่นปิโตรเคมีเวียดนาม จะไม่กระทบกับโครงการลงทุนโรงกลั่นปิโตรเคมีที่อินโดนีเซีย ที่พีทีทีจีซี จะร่วมลงทุนกับเปอร์ตามินาของอินโดนีเซีย เพราะโครงการตอบสนองความต้องการใช้ภายในอินโดนีเซียเป็นหลัก

ความคืบหน้าขณะนี้ สามารถเลือกทำเลที่ตั้งที่โรงกลั่นน้ำมันของเปอตามินา ที่บาลองกันแล้ว มีกำลังการกลั่น 125,000 บาร์เรลต่อวัน ก่อนขยายเพิ่มอีก 240,000 บาร์เรลต่อวัน รวมเป็นประมาณ365,000บาร์เรลต่อวัน และโรงงานปิโตรเคมีที่จะใช้วัตถุดิบจากโรงกลั่น โดยใช้เงินลงทุนประมาณ4,500ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ พีทีทีจีซี และเปอตามินากำลังอยู่ในระหว่างหาพันธมิตรรายที่ 3 เข้ามาร่วมลงทุนด้วย แต่กรณีของไทยออยล์นั้น จะเข้ามาร่วมลงทุนในสัดส่วนหุ้นของพีทีทีจีซี ในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน และทีทีจีซี จะลงทุนเฉพาะในส่วนของโรงปิโตรเคมี