ปัจจัยที่จับตาสัปดาห์นี้ คือ การประชุม FOMC ในวันที่ 17-18 ก.ย.
ซึ่งตลาดติดตามใกล้ชิดว่าเฟดจะส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่และอย่างไร
สำหรับ DBS เรามองว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังไม่ปรับขึ้นเร็วนัก เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคแรงงานและที่อยู่อาศัยของสหรัฐยังคงเปราะบาง คาดว่าเฟดจะใช้เวลาในการพิจารณาทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐอีกอย่างน้อย 2-3 ไตรมาสหลังจบโครงการ QE ในช่วงไตรมาส 4/57 แล้วค่อยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง ซึ่งก็จะเป็นกลางปี 2558 หรือไตรมาส 3/58
คาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะทรงตัวที่ 2% ถึงกลางปีหน้า คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยจะประชุมวันที่ 17 ก.ย.นี้ เราคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย R/P 1 วันไว้ที่ 2.00% ต่อไป ทั้งนี้ DBS Retail Research ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันยังเอื้อต่อการฟื้นตัวและการเติบโตเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2557 และปี 2558 ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อยังไม่เป็นประเด็นที่น่ากังวล ประกอบกับคาดว่าทางการจะยังระมัดระวังเรื่องหนี้สินภาคครัวเรือนอย่างต่อเนื่องจึงไม่เลือกใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเกินไป
ให้น้ำหนักลงทุน Overweight กลุ่มที่พักอาศัย & อุปโภคและบริโภค เรามองว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับกลาง-ต่ำของไทยขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคพลิกฟื้นและอยู่ในเกณฑ์ดีนั้นเป็นบวกและเกื้อหนุนอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องในปีหน้า เช่น ที่พักอาศัย, อุปโภคบริโภค, ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงธุรกิจบัตรเครดิต & เช่าซื้อ และสินเชื่อรายย่อย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์จะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยเฉพาะเช่าซื้อรถยนต์มือสอง เนื่องจากอุปทานในระบบยังสูงทำให้ราคารถยนต์มือสองยังต่ำมาก แต่ถือว่าธุรกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
เราชอบกลุ่มที่พักอาศัย & อุปโภคบริโภค เนื่องจากเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานในปัจจัย 4 และคาดว่าธุรกิจจะเติบโตได้ในอัตราที่สูงขึ้นในปี 2558
โดยหุ้นเด่นในกลุ่มที่พักอาศัยเป็น AP, PS, QH, SPALI ส่วนหุ้นเด่นในกลุ่มอุปโภค & บริโภคเป็น CPALL, CENTEL, MINT









