วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์รัฐเร่งผุดแคมเปญ สินเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

แบงก์รัฐทำโครงการสนองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เสนอกระทรวงการคลัง เน้นแก้ปัญหาหนี้ทั้งในและนอกระบบ

พร้อมออกสินเชื่อเอสเอ็มอี "ออมสิน" มี 22 โครงการ แยกเป็นส่วนที่ขอพีเอสเอ 18 โครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ด้าน "ธกส." เตรียมสินเชื่อกรีนเครดิต หนุนเพาะปลูกระบบอินทรีย์ เพื่อความยั่งยืน

ธนาคารเฉพาะกิจ เดินหน้าทำโครงการสนองนโยบายรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ และการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบธนาคารปกติได้ พร้อมเตรียมโครงการใหม่ๆ เสนอกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นายสุพจน์ อาวาส ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานสินเชื่อชุมชน กลุ่มสินเชื่อรายย่อย ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเตรียมทำโครงการสินเชื่อทั้งหมด 22 โครงการ เป็นโครงการที่เตรียมเสนอกระทรวงการคลังเพื่อแยกเป็นบัญชีสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล (พีเอสเอ) 18 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ขณะนี้อยู่ระหว่างหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูรายละเอียด

"วงเงินต่อโครงการไม่ได้สูง แต่เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พร้อมกับช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน เพื่อเปิดโอกาสให้ครัวเรือนเหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ได้"

นอกจาก 18 โครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแล้ว ธนาคารออมสินยังได้เร่งดำเนินงานอีก 4 โครงการ คือ 1.การแก้ไขปัญหายางพารา 2. การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยในส่วนการแก้ไขปัญหานี้นอกระบบนั้น จะมีการทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด และ3. การช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน

โครงการที่ 4 คือ การแก้ไขปัญหาหนี้ของข้าราชการ อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทาง โดยเป็นคนละโครงการกับการแก้หนี้นอกระบบ โดยปัจจุบันพบว่าข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการครู และข้าราชการก.พ. มีหนี้สินจำนวนมาก เงินเดือนที่ได้รับต่อเดือน100 บาทจะถูกหักใช้หนี้ประมาณ 60%

อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาหนี้ของข้าราชการนี้ ออมสินจะร่วมมือกับพันธมิตรแก้ไขแบบบูรณาการ เช่น ธนาคารกรุงศรี อิออน และสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของข้าราชการ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

ด้านนายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการเตรียมโครงการเพื่อเสนอทางกระทรวงการคลังหลายโครงการ โดยเป็นโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือเกษตร โครงการเหล่านี้จะเป็นสินเชื่อใหม่ที่ช่วยเหลือเกษตรให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน เช่นสินเชื่อ กรีนเครดิต เป็นสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเกษตรแบบอินทรีย์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะให้อัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนปรน เป็นต้น

นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) กล่าวว่า ธนาคารมีความพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายการปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอี ไปพร้อมๆกับการแก้ไขปัญหาของธนาคาร เพราะปัจจุบันยังมีเอสเอ็มอีจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยมีกว่า 1.5 ล้านราย จากเอสเอ็มอีทั้งหมด 2.7 ล้านราย ล่าสุด ได้เตรียมวงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ออกสินเชื่อ 9 ประเภทให้กับเอสเอ็มอี

รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แจ้งว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2557 พบว่ามีการเบิกจ่ายโครงการที่มีการแยกบัญชีพีเอสเอ ทั้งหมด 8.15 หมื่นล้านบาท โดย ธ.ก.ส.มียอดเบิกจ่ายมากสุด 6.24 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือธนาคารออมสิน 1.66 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงแนวนโยบายกึ่งการคลังของรัฐบาลที่เน้นช่วยเหลือโครงการประเภทธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือเกษตรกรของ ธ.ก.ส.