วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นรุกพัฒนาร่วม'เอสเอ็มอี'

ผู้ว่าฯไอจิ ญี่ปุ่น ลงนามร่วมกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมร่วมพัฒนาเอสเอ็มอี ยกไทยศูนย์กลางการลงทุนอาเซียน

ผู้ว่าฯไอจิ ญี่ปุ่น ลงนามร่วมกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมร่วมพัฒนาเอสเอ็มอี เน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงทุกประเภท เชื่อมโยงคลัสเตอร์อุตสาหกรรม 2 ชาติ ญี่ปุ่นยกไทยศูนย์กลางการลงทุนอาเซียน

นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวหลังลงนามความร่วมมือพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมไทยกับจังหวัดไอจิ จากประเทศญี่ปุ่น ว่าจังหวัดไอจิ เป็นลำดับที่ 6 ที่มาร่วมลงนามกับกระทรวงอุตสาหกรรม จนถึงสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีอีก 4 จังหวัด ที่จะเข้ามาลงนามความร่วมมือในลักษณะเดียวกันนี้ ทำให้สิ้นปีนี้มีรัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่นเข้ามาลงนามกับกระทรวงอุตสาหกรรมรวม 10 จังหวัด ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย เป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วน ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องจักรอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอากาศยาน เครื่องมือแพทย์

เน้นเชื่อมโยงเอสเอ็มอี2ชาติ

การลงนามร่วมกันครั้งนี้ เป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และจังหวัดไอจิ ในการสนับสนุนเกิดความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ของไทย และจังหวัดไอจิ รวมทั้งร่วมมือในพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในขยายธุรกิจในระดับสากล พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ในด้านเศรษฐกิจทั้ง 2 ฝ่าย เช่น จัดโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุตสาหกรรม ส่งเสริมเชื่อมโยงคลัสเตอร์อุตสาหกรรมต่างๆระหว่างกัน โดยมีผลการลงนามตั้งแต่ 10 ก.ย.นี้ เป็นต้นไป

สำหรับจังหวัดไอจิ เป็นมหานครขนาดใหญ่รองจากโอซากาและโตเกียว มีประชากร 700,000 คน เป็นจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมสิ่งทอ เซรามิก และเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตมวลรวมสูงอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันเป็นปีที่ 36 นอกจากเป็นที่ตั้งของโตโยต้า มอเตอร์และบริษัทอื่น ๆ อีกมาก อีกทั้งเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็นร้อยละ 40 โดยเฉพาะรถยนต์ประเภทไฮบริด เป็นศูนย์ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยส่วนแบ่ง 50%

ยกไทยศูนย์กลางลงทุนอาเซียน

นายฮิเดกิ โอมูระ ผู้ว่าราชการจังหวัดไอจิ กล่าวว่าปัจจุบันนักลงทุนจากจังหวัดไอจิ เข้ามาลงทุนในไทยแล้วกว่า 284 บริษัท รวม 416 โรงงาน เนื่องจากญี่ปุ่นเห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และกำลังจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะมีโอกาสทางธุรกิจมาก ผลการสำรวจนักลงทุนญี่ปุ่นล่าสุดในจังหวัดไอจิ พบว่านักลงทุนอยากเข้ามาลงทุนในไทยมากเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน แม้บางส่วนจะไปลงทุนในอินโดนีเซีย และมาเลเซีย เนื่องจากนักลงทุนมองว่าไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนของอาเซียน ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน และเครื่องมือแพทย์ เช่น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เป็นต้น

เตือนรัฐป้องน้ำท่วมหวั่นซ้ำรอยปี54

ทั้งนี้ แม้ว่าไทยจะมีความพร้อมหลายด้าน แต่ก็ยังจำเป็นต้องปรับปรุงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าลงทุน เช่น การดูแลระบบสาธารณูปโภค รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน จึงขอให้รัฐบาลไทยช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าลงทุน ที่สำคัญต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 อีก เหตุการณ์ครั้งนั้นนักลงทุนจากไอจิ ได้รับผลกระทบด้วย ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองไทย ในช่วงที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีความเป็นห่วง แต่ขณะนี้ทราบว่าสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ไปเยือนญี่ปุ่น โดยหลังจากเดือนก.ย.นี้ ทางผู้นำอินโดนีเซียก็จะเดินทางไปเยือนญี่ปุ่น เช่นกัน

“จังหวัดไอจิ ถือเป็นจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่น โดยการลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้ หวังว่าจะช่วยให้เอสเอ็มอีไทย และเอสเอ็มอีในจังหวัดไอจิร่วมมือกันได้มากขึ้น เพราะไทยนอกจากจะเป็นแหล่งลงทุนแล้ว เป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัวของประชากรสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ตลาดบริโภคในไทยเติบโตต่อเนื่อง จึงได้รับการคาดหวังจากนานาประเทศ” นายฮิเดอากิ กล่าว

เปิดศูนย์ข้อมูลลงทุนในไทย

นอกจากนี้ เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา จังหวัดไอจิ ได้ตัดสินใจเปิดศูนย์ข้อมูลการลงทุนที่กรุงเทพฯ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เดินทางเข้ามาสำรวจลู่ทางการลงทุนในไทยให้ได้รับข้อมูลเพิ่มขึ้น เพราะเห็นถึงศักยภาพของไทยในฐานะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน หวังว่าศูนย์ดังกล่าวจะเป็นฐานสนับสนุนอุตสาหกรรมจากจังหวัดไอจิเข้ามาลงทุนในไทยต่อไป