วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SIM - ซื้อ

ขายบิ๊กล็อตมือถือสองรายการและรายได้ต่างประเทศ—ปัจจัยหนุนกำไรไตรมาส 4/57-58

ประเด็นการลงทุน

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 เพิ่มขึ้นอีก 7% เป็น 1.12 พันล้านบาทและปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 10% เป็น 1.28 พันล้านบาทเพื่อสะท้อนยอดขายเครื่องโทรศัพท์ที่จะเพิ่มขึ้นจากการขายบิ๊กล็อตให้กับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไทย นอกจากนี้อัพไซด์จะมาจากมาร์จิ้นที่จะได้รับจากการเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายกล่องทีวีดิจิตัลโดยผ่านดีลเลอร์ของ SIM รวมถึงปริมาณยอดขายเครื่องโทรศัพท์ที่จะเพิ่มขึ้นจากประเทศเมียนมาร์ซึ่งจะผ่านตัวแทนขายรายใหม่ในประเทศเมียนมาร์ตั้งแต่ไตรมาส 1/58 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้ายอดขายเครื่องโทรศัพท์ในประเทศเมียนมาร์ที่จำนวน 1 ล้านเครื่องภายในปี 2558 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2558 ที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีและราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ยังคงถูก โดยอัตราส่วน PER ปี 2558 อยู่ที่ 12.9 เท่า

การขายบิ๊กล็อตสองรายการให้กับผู้ประกอบการโืทรศัพท์ในไทย

เราคาดว่า SIM จะทำการขายบิ๊กล็อตโทรศัพท์มือถือประมาณ 5 แสนเครื่องให้กับผู้กระกอบการโทรศัพท์มือถือในประเทศรายหนึ่งในช่วงไตรมาส 4/57 ซึ่งการรับรู้รายได้บิ๊กล็อตดังกล่าวจะกระจายอยู่ในช่วงระหว่างไตรมาส 4/57 ถึงไตรมาส 1/57 การขายบิ๊กล็อตในครั้งนี้จะให้มาร์จิ้นค่อนข้างสูงในระดับ 20-30% (เทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ของ SIM) แต่จะส่งผลให้ราคาขายปรับลดลงค่อนข้างมากมาอยู่ที่ 1,700-1,800 บาทต่อเครื่อง (ราคาขายเฉลี่ยในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,817 บาทต่อเครื่อง) เราคาดว่าการขายบิ๊กล็อตให้แก่ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถืออีกหนึ่งรายต่อไปซึ่งเป็นรายที่สองจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ซึ่งน่าจะมีราคาขายเฉลี่ยที่สูงกว่าบิ๊กล็อตรายการแรก

ปรับประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2557-58 เพิ่มขึ้นจากเดิม

SIM ขายเครื่องโทรศัพท์มมือถือไปจำนวน 2.37 ล้านเครื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ภายใต้สมมติฐานว่าปริมาณยอดขายเครื่องในไตรมาส 3/57 อยู่ที่ 1.1 ล้านเครื่องและในไตรมาส 4/57 อยู่ที่ 1.35 ล้านเครื่อง(ซึ่งหนุนโดยยอดขายบิ๊กล็อตจำนวน 2.5 แสนเครื่อง เราประเมินว่าปริมาณยอดขายโทรศัพท์มือถือสำหรับทั้งปี 2557 ของเราจะอยู่ที่ 4.82 ล้านเครื่อง ซึ่งสูงกว่าประมาณการก่อนหน้าที่ 4 ล้านเครื่อง

ด้วยปัจจัยบวกดังกล่าว เราจึงทำการปรับสมมติฐานปริมาณยอดขายเครื่องโทรศัพท์ในปี 2557 เพิ่มขึ้นอีก 20% (เป็น 4.8 ล้านเครื่อง) และปรับปริมาณยอดขายเครื่องในปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 17% (เป็น 5.2 ล้านเครื่อง) เพื่อสะท้อนยอดขายบิ๊กล็อตสองรายการข้างต้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราทำการปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2557 ลงเหลือ 23.5% (จาก 25%) และปรับลดในปี 2558 ลงเหลือ 22% (จาก 23.5%) เนื่องจากเราคาดว่าการขายบิ๊กล็อตจะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงถัวเฉลี่ยลดลงจากเดิม ดังนั้นถ้ากลบทั้งสองผลกระทบ ประมาณการกำไรสุทธิของเราปรับเพิ่มขึ้น 7% เป็น 1.12 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 และปรับเพิ่มขึ้น 10% เป็น 1.28 พันล้านบาทสำหรับปี 2558 ส่งผลให้ราคาเป้าหมายของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG ณ สิ้นปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 17% เป็น 5.50 บาท

อัพไซด์จากมาร์จิ้นที่ได้รับจากการเป็นช่องทางการขายกล่องทีวีดิจิตัล

กสทช.จะประกาศผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการขายกล่องทีวีดิจิตัลในวันที่ 15 ก.ย.2557 และคาดว่าจะเริ่มทำการกระจายคูปองล็อตแรกจำนวน 11.5 ล้านคูปองภายในสิ้นเดือนก.ย. ประชาชนคาดว่าจะได้รับคูปองทีวีดิจิตัลไม่เกินวันที่ 16 ต.ค. 2557 ทั้งนี้ SIM ตั้งเป้าที่จะขายกล่องทีวีดิจิตัลผ่านดีลเลอร์ของโมเดิร์นเทรด

หากใช้สมมติฐานยอดขายกล่องทีวีดิจิตัลที่ 1 ล้านกล่องในปี 2557 และ 2 ล้านกล่องในปี 2558 และใช้สมมติฐานราคาขายกล่องที่ 690 ล้านบาทและมาร์จิ้นสำหรับการเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่ 4-5% ซึ่ง SIM จะคิดมาร์จิ้นการจัดจำหน่ายกับสามารถเอนจิเนียริ่ง เราคาดว่าจะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของ SIM เพิ่มขึ้นอีก 14-18 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้นอีก 1.3-1.6%) และประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้นอีก 28-35 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้นอีก 2.2-2.8%) ทั้งนี้เรายังคงไม่คำนวณอัพไซด์ดังกล่าวเข้าในประมาณการของเราแต่อย่างใด