เงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบ เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นไทย ก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
-เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด เงินบาทอ่อนค่าช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่ ความต้องการเงินดอลลาร์ฯ จากผู้นำเข้าก็กดดันเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวขึ้นในช่วงต่อมาท่ามกลางทิศทางที่แข็งแกร่งของสกุลเงินในเอเชียที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนไหลเข้า แต่กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทยังเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่มาสนับสนุน และมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะๆ
-ในวันศุกร์ (29 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.92 เทียบกับระดับ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (22 ส.ค.)ค่าเงินบาท
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (1-5 ก.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องติดตามความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดการเงินไทย อย่างไรก็ดี กรอบการแข็งค่าของเงินบาทน่าจะเป็นไปอย่างจำกัด โดยเฉพาะหากข้อมูล ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือนส.ค. ยังสะท้อนสัญญาณฟื้นตัว นอกจากนี้ ตลาดก็ยังน่าจะรอประเมินสัญญาณจากผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (4 ก.ย.) และสถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยังตึงเครียดต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
-ดัชนี SET แกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,561.63 จุด เพิ่มขึ้น 0.30% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 3.26% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 44,996.87 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 637.93 จุด เพิ่มขึ้น 2.72% จากสัปดาห์ก่อน
-ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ หลังประธานเฟดส่งสัญญาณว่าจะไม่รีบเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนปรับลดลงในวันอังคารจากแรงขายทำกำไร จากนั้น ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ จากมุมมองเชิงบวกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนวันพฤหัสบดี ดัชนีลดลง นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน จากความกังวลต่อแผนปรับโครงสร้างราคาพลังงานของ คสช. จากนั้น ตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันศุกร์ จากแรงซื้อเก็งกำไรก่อนการจัดตั้ง ครม.
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (1-5 ก.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีน่าจะแกว่งตัวขาขึ้น โดยนอกจากตลาดจะติดตามการจัดตั้ง ครม.ของไทยแล้ว ก็ยังมีโอกาสได้รับแรงส่งจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ข้อมูลภาคการผลิตและการจ้างงาน ยังบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ ปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ยังต้องติดตามได้แก่ สถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซีย ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ตลอดจน การรายงานเครื่องชี้ภาคการผลิตของประเทศในยูโรโซนและจีน








