Workpoint TV ขุมทรัพย์ใหม่ในอนาคต
คาดกำไรเริ่มฟื้นตัว 2H57
เราคาดผลประกอบการ WORK เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง 57 เป็นกำไร 68 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกมีกำไรเพียง 11 ล้านบาท และเติบโตก้าวกระโดดเป็น 201 ล้านบาท ในปี 58 เนื่องจากรายได้ค่าโฆษณาช่อง Workpoint TV เริ่มเติบโตทันต้นทุนและการเลิกผลิตรายการทีวีที่ไม่ทำกำไรทำให้อัตรากำไรสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโอกาสจากธุรกิจโรงละคร (Siam Square One) ที่สามารถขาย Naming Sponsor ครอบคลุมต้นทุนการให้บริการแล้วแต่เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ (รอกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการ คาด ก.พ.58) ทั้งนี้ เราปรับลดประมาณการกำไรปี 57 ลงจากเดิม 61% เนื่องจาก WORK มีการเปลี่ยนนโยบายการตัดจำหน่ายค่าประมูลทีวีดิจิทัลและค่าใช้จ่ายบุคคลากรทำให้ต้นทุนสูงกว่าคาด
ทีวีดิจิทัลจะมีบทบาทมากขึ้นปลายปี
เราคาดส่วนแบ่งคนดูทีวีดิจิทัลจะเติบโตก้าวกระโดดจากการแจกคูปองสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลในเดือน ต.ค. เอเจนซีโฆษณาจะแบ่งงบการตลาดมาลงในสื่อทีวีดิจิทัลมากขึ้น ส่งผลดีต่อช่องทีวีดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง Workpoint TV (อันดับ 1-2 มาตลอดนับตั้งแต่เริ่มออกอากาศ) ที่อัตราใช้เวลาโฆษณาค่อนข้างเต็ม (เดือน ส.ค. 70%) ทำให้มีโอกาสปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาจากปัจจุบันเฉลี่ยทั้งวันอยู่ที่เพียง 1.2 หมื่นบาท/นาที โดยนับตั้งแต่เริ่มออกอากาศ 24 ช่องทีวีดิจิทัลอย่างเป็นทางการในเดือน เม.ย. ส่วนแบ่งคนดูทีวีดิจิทัลก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 6% เป็น 13% ในเดือน ก.ค. (สำรวจโดยมายด์แชร์)
ขึ้นค่าโฆษณาได้อีก 3-10 เท่าตัว
ราคาค่าโฆษณาช่อง Workpoint TV มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีก 3-10 เท่าตัว เปรียบเทียบจากอัตราค่าโฆษณา/เรทติ้งคนดู (Cost Per Rating Point, CPRP) ที่ยังต่ำกว่าช่อง 3 เกือบ 3 เท่า และต่ำกว่าช่อง 9 ถึง 10 เท่า ดังนั้น จึงมีโอกาสปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาได้อีกอย่างน้อย 3-10 เท่าตัวจากปัจจุบัน ซึ่งจะผลักดันผลประกอบการ WORK เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยปี 58 เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 หมื่นบาท/นาที ทำให้ช่อง Workpoint TV พลิกเป็นกำไรและทำให้ WORK มีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 154% YoY เป็น 201 ล้านบาท และเราคาดช่วงปี 59-61 ช่อง Workpoint TV จะมีอัตราค่าโฆษณาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 30-50% ต่อปี ทำให้ WORK มีกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 53% ต่อปี
ช่วงแจกคูปองจะได้รับความสนใจมากขึ้น
เราคาดราคาหุ้น WORK จะได้ปัจจัยบวกจากการแจกคูปองทีวีดิจิทัลในเดือน ต.ค. ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวกับสื่อทีวีดิจิทัลและทำให้นักลงทุนกลับมาสนใจหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการเกิดทีวีดิจิทัล เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสม








