วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTT Global Chemical: PTTGC

ลุ้นกำไร 3Q57 ปรับเพิ่ม QoQ

ราคาหุ้นปรับลด สะท้อนความกังวลที่มีต่อการปฏิรูปพลังงาน

ประเด็นการปฏิรูปพลังงานกลับมาสร้างความกดดันต่อ PTTGC อีกครั้ง หลังจบการเสวนาเรื่อง “การปฏิรูปพลังงาน เพื่อความปรองดองของชาติ” สะท้อนจากราคาหุ้นที่ปรับลดลงเกือบ 7% เทียบกับดัชนีหมวดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ลดลงเพียง 4% เท่านั้น การเสวนาดังกล่ามี 4 ประเด็นหลักที่พูดถึงเกี่ยวกับกระทรวงพลังงานและกลุ่ม PTT แต่ประเด็นที่กระทบต่อ PTTGC มากสุดคือ เรื่องของการซื้อวัตถุดิบ (LPG) ของ PTTGC จาก PTT เป็นประเด็นที่ถูกให้น้ำหนักมากที่สุด ขณะที่วงเสวนาล่าสุด (27 ส.ค.) ยังไม่สามารถหาทางออกหรือข้อสรุปที่ชัดเจน มีเพียงการเรียกร้องให้ภาคปิโตรเคมีนำเข้า LPG มาใช้ในการผลิต ซึ่งจะทำให้ต้นทุน LPG เพิ่มขึ้น 52% จาก 560 เหรียญต่อตัน ตามสัญญา Net back pricing เป็น 850 เหรียญต่อตัน ตามราคาตลาดโลก เป็นปัจจัยกดดันการลงทุนใน PTTGC

PTTGC จะสูญเสียจุดแข็ง หากราคา LPG ปรับเพิ่ม

ไม่ว่าจะเกิดจากการปรับเพิ่มราคา LPG ในภาคปิโตรเคมี หรือ PTTGC ต้องนำเข้า LPG เพื่อใช้ในการผลิตทดแทน จะทำให้ PTTGC มีความสามารถในการทำกำไรลดลง โดยปัจจุบันบริษัทใช้ LPG ในการผลิต 8 – 9 แสนตันต่อปี คิดเป็น 20% ของจำนวนวัตถุดิบทั้งหมด เราประเมินว่าจะกระทบต่อ EBITDA ของ PTTGC ประมาณ 5.7 พันล้านบาท คิดเป็น 10% ของประมาณการ EBITDA ในปี 2558 และกระทบมูลค่าหุ้น 6.5 บาทหรือ 8% จากมูลค่าเหมาะสมปี 2558 ที่เราประเมินไว้ที่ 79 บาท (DCF, G1.5% WACC ที่ 12.5%)

ปัจจัยพื้นฐานยังคงเดิม

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 12%YoY ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q57 จะปรับเพิ่ม QoQ จาก (1) ส่วนต่างราคาพาราไซลีนฟื้นตัว (2) ราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ที่ยังทรงตัวในระดับสูง (3) อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จากปริมาณก๊าซฯ เพื่อใช้ในการผลิตที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่จะทำให้กำไรสุทธิไม่โตตามคาดอยู่ที่ปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบ เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock Loss

ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม

เราปรับลดอัตราการเติบโตในอนาคตจากเดิมที่ระดับ 2% ลงเหลือเพียง 1.5% เพื่อสะท้อนการเติบโตในอนาคตที่อาจจะจำกัดลงจากการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านพลังงาน ส่งผลให้ราคาเหมาะสมจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF ลดลงเหลือ 79 บาท จากเดิมที่ 90 บาท อย่างไรก็ตามจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับลดลงมาแล้วถึง 6.8% ขณะที่ upside จากมูลค่าเหมาะสมใหม่ยังคงสูงราว 27% และ