วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดึงอุตฯอาหารทะเลทำ'จีแอลพี'ปลดล็อกค้ามนุษย์

(รายงาน) ดึงอุตฯอาหารทะเลทำ'จีแอลพี'สร้างเชื่อมั่น-ปลดล็อกค้ามนุษย์

ในการปลดล็อกไทยออกจากบัญชี 3 หรือเทียร์ 3 ซึ่งเป็นระดับร้ายแรงที่สุดของสถานการณ์การค้ามนุษย์ ที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐประกาศไว้นั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีประกาศและคำสั่งเร่งรัดหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบบูรณาการแก้ไขปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์มาอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามมาเฟียค้ามนุษย์ การขึ้นทะเบียน จัดระบบแรงงานต่างด้าว การสร้างความเข้าใจกับนานาประเทศเพื่อไม่ให้กระทบการค้าการลงทุน ตลอดจนการแก้ไขกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้นยังต้องแสวงหาความร่วมมือจากเอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อหามาตรการป้องกันปัญหาในระยะยาวควบคู่ไปด้วย ซึ่งหนึ่งในมาตรการที่ว่าคือ "มาตรฐาน จีแอลพี"

นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบายว่า จีแอลพี หรือ Good Labour Practices (GLP) คือ แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องการันตีว่าผู้ประกอบการมีเจตนารมณ์ในการดูแลคุ้มครองแรงงานเป็นอย่างดี

แนวปฏิบัติจีแอลพีนั้นเป็นแนวปฏิบัติที่ยึดตามมาตรฐานสากล มีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ให้การสนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงแรงงานของสหรัฐ ได้สนับสนุนงบประมาณผ่านทางไอแอลโอร่วมกับกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ภายใต้โครงการ ไอแอลโอ - ไอพีอีซี

แนวทางนี้จะเป็นเครื่องมือที่แสดงให้ต่างประเทศเห็นถึงความมุ่งมั่น และความตั้งใจของภาครัฐ กับเอกชนที่ร่วมมือกันแสดงศักยภาพการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งภายในและนอกประเทศ

นายจีรศักดิ์บอกว่า การจัดทำร่างแนวปฏิบัติจีแอลพี ได้ออกข้อปฏิบัติบนพื้นฐานของกฎหมาย และมาตรฐานแรงงานต่างๆ โดยเน้นที่สิทธิแรงงาน และอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ มุ่งประเด็นสำคัญ เช่น แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ การเลือกปฏิบัติ และการมีสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง รวมถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน

เนื่องจากผู้บริโภคในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงาน หากไม่เร่งดำเนินการ อาจทำให้การส่งออกของไทย ในตลาดสหรัฐฯและสหภาพยุโรป ได้รับผลกระทบเป็นมูลค่ามหาศาล

สำหรับยุทธศาสตร์ของการขับเคลื่อนแนวปฏิบัติจีแอลพีนั้น ปลัดกระทรวงแรงงาน บอกว่า ส่วนแรกจะเป็นการจัดทำจีแอลพี จำนวน 4 ฉบับใน 2 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ กุ้งและอาหารทะเล ตลอดจนกลุ่มประมงหรือเรือประมงทะเลของไทย ได้แก่

1.จีแอลพีสำหรับสถานประกอบการแปรรูปเบื้องต้น หรือล้งกุ้ง 2.จีแอลพีสำหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล 3.จีแอลพีสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมแช่เยือกแข็งและอาหารทะเล 4.จีแอลพีสำหรับอุตสาหกรรมประมง

ส่วนที่ 2 คือ หลักสูตรการอบรม ซึ่งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมร่วมกันขับเคลื่อนภายใต้การดำเนินการของสมาคมแช่เยือกแข็งไทย และการสนับสนุนทางเทคนิคจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมประมง

ส่วนที่ 3 คือ การรับรองเพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับผู้ประกอบการว่าประสบความสำเร็จในการนำจีแอลพีไปใช้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการติดตามของสถานประกอบกิจการ โดยการจัดทำเป็นคู่มือ และหลักสูตรการฝึกอบรม

สำหรับสาระสำคัญของแนวทางจีแอลพีนั้น ปลัดกระทรวงแรงงาน บอกว่า ประกอบไปด้วย มาตรฐานแรงงานที่สำคัญ ได้แก่ ไม่เป็นแรงงานบังคับ ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่เลือกปฏิบัติ มีการให้เสรีภาพในการสมาคมและรวมตัวเจรจาต่อรอง

ในส่วนของสภาพการทำงาน ประกอบด้วย การมีสัญญาจ้าง ชั่วโมงการทำงาน ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตลอดจนสวัสดิการแรงงานและค่าชดเชยต่าง ๆ

รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานระดับชาติ เช่น กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นต้น

"ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการแปรรูปเบื้องต้นและโรงงานแปรรูปอาหารทะเล ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินการจีแอลพีไปแล้ว จำนวน 178 แห่ง โดยสามารถนำใบรับรองดังกล่าวไปแสดงหรือการันตีให้คู่ค้าในต่างประเทศรับรู้ว่าไม่มีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับในสินค้าของตน ตลอดจนสามารถใช้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อได้อีกด้วย"

ด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย บอกว่า การที่ คสช.มีนโยบายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาแรงงาน ทำให้แรงงานเข้าระบบ ทำให้ภาคเอกชนมีความหวัง และเชื่อมั่นว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยจริงจังในการแก้ไขปัญหาแรงงานนอกระบบ ทั้งนี้ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีลูกค้ารายไหนที่ยกเลิกการค้ากับไทย ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป

การจัดทำ "มาตรการการใช้แรงงานที่ดี" ให้ภาคอุตสาหกรรมนั้น อาจมีส่วนช่วยแก้ปัญหาค้ามนุษย์ได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น แต่ในระยะยาวจำเป็นต้องมีแผนและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และเข้มข้น ที่สำคัญต้องมีความต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากการถูกขึ้นบัญชีดำค้ามนุษย์ และเรียกความเชื่อมั่นจากนานาประเทศกลับคืนมา