วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

700ร้านค้าแห่ร่วมโครงการ'หนูณิชย์ พาชิม'

กรมการค้าภายในต่อยอดร้าน“หนูณิชย์...พาชิม”รุกสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง หลังมีร้านค้าร่วมแล้ว700แห่ง

นางจินตนา ชัยยวรรณากร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าทางกรมฯมีแนวที่จะขยายเครือข่ายโครงการ"หนูณิชย์...พาชิม" ออกไปให้เพิ่มขึ้นโดยกำหนดให้เป็นโครงการครอบครัวหนูณิชย์ ที่จะนำร้านค้าสินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง ให้เข้ามาร่วมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดเพื่อให้เป็นทางเลือกให้ประชาชนสามารถหาซื้อสินค้าและลดค่าครองชีพได้ในที่สุด โดยอยู่ระหว่างการประเมินว่าภายใต้โครงการนี้ร้านค้าต้องดำเนินการอย่างไรและกรมจะดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านใดบ้าง

โครงการ"หนูณิชย์...พาชิม" ล่าสุด"มีร้านอาหารร่วมโครงการแล้ว 700 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ขณะนี้กำลังประสานงานกับหอการค้าจังหวัดต่างๆ ที่เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ตามหัวเมืองต่างๆ เช่น นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ เพื่อคัดเลือกร้านอาหารในพื้นที่มาร่วมโครงการ"หนูณิชย์...พาชิม" เพื่อจำหน่ายอาหารประเภทอาหารจานเดียวได้ในราคาจานละ 25-35 บาท และมีลักษณะ ถูกสะอาด ดี อร่อย

ทั้งนี้เอกชนที่ร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนวัตถุดิบราคาพิเศษจากกรมการค้าภายใน เช่น ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส ที่จะประสานงานจัดหาให้ และได้รับการสนับสนุนด้านสินค้าจากธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย นอกจากนี้ ได้ประสานผู้ผลิตน้ำอัดลมเพื่อให้ความช่วยเหลือในการตกแต่งร้านและจำหน่ายน้ำอัดลมในราคาพิเศษ เป็นผลดีต่อเอกชนผู้ประกอบการด้วยเพราะถือเป็นการทำซีเอสอาร์ ของทางบริษัทอย่างหนึ่ง

ส่วนร้านค้าที่ร่วมโครงการจะได้รับมอบป้ายสัญลักษณ์ “หนูณิชย์...พาชิม” เพื่อรับรองคุณภาพ มาตรฐานและราคา คาดว่าภายใน 2-3 สัปดาห์จากนี้ จะสรุปจำนวนร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ ตั้งเป้าหมายจะให้มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 30 แห่งกระจายตัวในจังหวัดต่างๆ

“โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี สามารถลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกรมการค้าภายในได้ดำเนินการให้เป็นโครงการระยะยาว เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างยั่งยืน” นางจินตนา กล่าว

ส่วนการเคลื่อนไหวราคาไข่ไก่ปัจจุบัน ยอมรับว่ามีราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากผลิตออกมาน้อย เนื่องจากอากาศแปรปรวนและมีโรคระบาดเกิดขึ้น ถือว่าเป็นไปตามกลไกของตลาด ซึ่งกรมฯได้หารือกับตัวแทนของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ไปเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อขอความร่วมมือให้ตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.30 บาท ซึ่งทางผู้เกษตรกรก็ให้ความร่วมมือ

อย่างไรก็ตาม อยากให้ผู้บริโภคเข้าใจเกษตรกรผู้ผลิตด้วยเพราะไข่ไก่เป็นสินค้าที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ยอมรับว่าในบางช่วงการบริโภคก็ลดลงโดยเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ เป็นช่วงที่เกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุน ดังนั้นการขอความร่วมมือให้จำหน่ายไข่ไก่หน้าฟาร์มที่ฟองละ 3.30 บาท ถือว่าเป็นราคาที่เป็นธรรมแล้ว