เพิ่มทุนตั้งหลักเตรียมลุยดิจิทัลทีวี
GRAMMY ประกาศเพิ่มทุน 184 ล้านหุ้น ทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 29% เป็น 820 ล้านบาท หลังจากงวด 2Q57 มีผลขาดทุน 913 ล้านบาท และเงินกู้เพิ่มขึ้นอีก 1.3 พันล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่อทุนเกินเพดานที่สถาบันการเงินกำหนดที่ 3 เท่า เรามองว่าหาก GRAMMY นำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนทั้งหมดไปชำระหนี้จะทำให้อัตราส่วนหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่อทุนลดลงเหลือเพียง 0.87 เท่า อีกทั้งยังเพิ่มระดับความสามารถในการกู้ยืมในอนาคตเพิ่มอีก 9 พันล้านบาท เพียงพอต่อการแข่งขันในธุรกิจทีวีดิจิทัลโดยไม่ต้องเพิ่มทุนอีก
เกิด EPS Dilution Effect 22%
บริษัทจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนออกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ (1) 64 ล้านหุ้นเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 10 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน ที่ราคา 13.50 บาท XR 30 ก.ย. และ (2) 120 ล้านหุ้น เสนอขายแก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจง ในราคาไม่ตํ่ากว่า 13.50 บาท เรียกชำระเงินภายใน 1 ปี นับจากวันที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติการเพิ่มทุน (24 ก.ย.)ราคาหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายประเมินจากการคิดลด 14% เมื่อเทียบกับราคาหุ้น 7 วันเฉลี่ยก่อนคณะกรรมการมีมติเพิ่มทุน และการเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้เกิด EPS Dilution Effect ราว 22%
ปรับลดมูลค่าเหมาะสมลง 20.30 บาท
ผลกระทบ EPS Dilution Effect จากการเพิ่มทุน ทำให้มูลค่าเหมาะสมของ GRAMMY ลดลงเหลือ 20.30 บาท (จาก 22.80 บาท) การนำเงินเพิ่มทุนไปชำระเงินกู้ยืมจะช่วย GRAMMY ลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลงไตรมาสละ 30 ล้านบาท ขณะที่เราปรับเพิ่มประมาณการผลขาดทุนปี 2557 ขึ้น 11% เป็น 2.1 พันล้านบาท เนื่องจากธุรกิจสื่อโฆษณาของทีวีและวิทยุฟื้นตัวช้ากว่าคาด ฉุดให้ผลประกอบการ 2Q57 ขาดทุนสูงถึง 913 ล้านบาท ซึ่งกว่า 800 ล้านบาทเป็นผลขาดทุนจากธุรกิจเพย์ทีวี อย่างไรก็ดี เรายังคงคาดผลขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 3Q57 เนื่องจากการขายธุรกิจเพย์ทีวีให้ CTH ตั้งแต่เดือน ก.ค.
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ผลประกอบการผ่านจุดตํ่าสุด
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 20.3 บาท (Fully Diluted) และให้เตรียมเงินสำหรับการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนอีก 1.35 บาทต่อหุ้นแม่ เรามองการเพิ่มทุนเป็นบวกต่อการดำเนินธุรกิจ ทำให้บริษัทมีความแข็งแรงทางด้านแหล่งเงินทุน และช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอีกปีละกว่า 120 ล้านบาท คาดผลประกอบการงวด 2Q57 เป็นจุดตํ่าสุด เนื่องจากไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจเพย์ทีวีตั้งแต่ 3Q57 เราคาดผลขาดทุนงวด 2H57 ลดลงเหลือเพียง 440 ล้านบาท จาก 1.7 พันล้านบาทในครึ่งปีแรก และคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวต่อเนื่องตามการเติบโตของธุรกิจทีวีดิจิทัลที่บริษัทมีความเข้มแข็งทางด้านความสามารถในการผลิตคอนเทนต์
Investment Case
GRAMMY ดำเนินธุรกิจด้านบันเทิง บันเทิงครบวงจร ได้แก่การผลิตและจัดจำหน่ายผลงานเพลง ทั้งที่เป็นสินค้า (Physical) และรูปแบบดิจิตอล (Digital) ธุรกิจจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ บริหารศิลปิน และการจัดคอนเสิร์ต ธุรกิจภาพยนตร์ และธุรกิจสื่อต่างๆ ประกอบด้วย โทรทัศน์ โทรทัศน์ดาวเทียม โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก วิทยุ นิตยสาร และอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง และล่าสุดชนะการประมูลทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ประกอบด้วย ช่องประเภทรายการวาไรตี้ความคมชัดสูง (HD) และช่องประเภทรายการวาไรตี้ความคมชัดปกติ (SD)






