วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เมฆินทร์'เปิดใจเหตุไขก๊อกยันจากกันด้วยดี

ซีอีโอทอท."เมฆินทร์"เปิดใจเหตุไขก๊อก ยันจากกันด้วยดีไม่มีเหตุอื่นเปิดทางบอร์ดคัดสรรคนทำงานสนองนโยบายได้เต็มที่

นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงการตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งว่า ที่จริงเป็นความตั้งใจที่มีมาแต่แรกอยู่แล้ว เพราะตนเองเข้าใจดีว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเรื่องต่างๆ ตามมา แต่ที่ยังไม่ได้ยื่นก่อนหน้า เพราะเป็นช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังปรับเปลี่ยนบอร์ดรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ รวมทั้งบอร์ดทอท.ด้วย ฝ่ายบริหารจำเป็นต้องประคับประคองการดำเนินงานไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจนอาจส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นได้ เมื่อการปรับเปลี่ยนในระดับนโยบายเริ่มเข้าที่เข้าทาง

ขณะที่ภารกิจในการวางแผนยุทศาสตร์การพัฒนากิจการทอท.แล้วเสร็จ แผนการดำเนินงานและโครงการลงทุนต่างๆ ที่ทอท.จะดำเนินการนั้น ทอท.ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายโครงการรัฐ(คตร.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเชื่อว่าเมื่อโครงการเหล่านี้ถูกส่งกลับมายังบอร์ดและฝ่ายบริหาร ทอท.ที่จะมารับหน้าที่ต่อคงสามารถดำเนินการต่อไปได้ทันที

“ถือว่าภารกิจต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงแล้ว จึงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากตำแหน่งโดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนเป็นต้นไป และเป็นการจากกันด้วยดีทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้บอร์ดได้คัดสรรคนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานตามนโยบาย คสช.และ บอร์ดทอท.ที่อาจมีแนวนโยบายเพิ่มเติมไปจากเดิมได้อย่างเต็มที่”

สำหรับแผนงานยุทธศาสตร์ของทอท.ที่ได้ดำเนินการไปในช่วงระยะเวลา 8 เดือนเศษที่อยู่ในตำแหน่งก็คือ การบริหารความจุของสนามบินที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมแสวงหาโอกาสในการสร้างรายได้ควบคู่กันไปเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง รองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาบุคคลากรที่ตนเองให้ความสำคัญมากที่สุด โดยให้โอกาสคนในองค์กร ทอท.ได้แสดงฝีมือตั้งแต่ก้าวเข้ามาใน ทอท. มีการเปิดโครงการ Open House สนับสนุนคนในได้มีโอกาสได้ทำงานตามความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ เห็นได้จากแต่งตั้งผู้บริหารเลือดใหม่ในช่วงก่อนหน้าทั้งที่บางคนนั้นตนเองไม่ได้รู้จักมาก่อน

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการตลาดใหม่ ๆ ทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว และยังเป็นช่องทางแสวงหารายได้ในอนาคตของทอท. ซึ่งที่ผ่านมาทอท.ได้มีการจัดทำโมเดลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการตลาดใหม่ ๆ ที่จะเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรไว้แล้ว รวมทั้งยังมีเรื่องของการปรับโครงสร้างการบริหารงานภายใน ให้มีการกระจายอำนาจลงไปยังผู้อำนวยการท่าอากาศยานต่าง ๆ ในภูมิภาคเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและบริหารในลักษณะศูนย์กำไร (Profit Center) ให้แต่ละท่าสามารถเลี้ยงตัวเองได้

ส่วนงานคั่งค้างที่ได้วางแผนกลยุทธ์องค์กรเอาไว้แล้วอยู่ระหว่างการดำเนินการขับเคลื่อนก็คือการบริหารความจุสนามบินที่มีอยู่ พร้อมขยายช่องทางการแสวงหารายได้ให้กับสนามบิน โดยนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาสร้างรายได้ควบคู่ โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดเมืองสนามบิน หรือ “แอร์พอร์ต ซิตี้” ที่ถือได้ว่าเป็นแนวทางแสวงหารายได้จากกิจกรรมที่เป็น Non-aero ที่จะเป็นอนาคตของทอท. ซึ่งตามแผนงานที่ได้ศึกษาวางกรอบไว้แล้วนั้น แยกเป็น 2 โครงการคือที่สนามบินดอนเมือง และภูเก็ตที่เป็นทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่ง ทอท.จะดำเนินการก่อสร้างและบริหารพื้นที่เอง ส่วนพื้นที่อื่น ๆ จะดำเนินการในลักษณะดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (PPP)

“โครงการต่างๆ เหล่านี้ได้มีการศึกษาและวางไลน์เอาไว้แล้ว ผู้บริหารใหม่ และคนในทอท.สามารถดำเนินการขับเคลื่อนต่อไปได้เลย แต่หากคสช.หรือบอร์ด ทอท.จะมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการทบทวนโครงการเหล่านี้ก็คงต้องแล้วแต่นโยบายที่จะว่ากันไป และคงเป็นเรื่องที่คนทอท.จะพิจารณากันเองเพราะนั่นคืออนาคตขององค์กร”

ส่วนการประเมินผลงานนั้น นายเมฆินทร์กล่าวว่า ตนไม่มีความหนักใจแต่อย่างใด หากบอร์ดจะมีการประเมินผลงานกันอย่างป็นธรรมแล้ว ตนไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด โดยผลการดำเนินงานของทอท.ในปีนี้ แม้จะยังไม่สิ้นสุดงบประมาณ แต่ยืนยันได้ว่า ทอท.น่าจะมีผลประกอบการและกำไรสุทธิไม่ต่ำไปกว่าปีที่ผ่านมา แม้จะอยู่ในห้วงที่สถานการณ์การเมืองและการท่องเที่ยว ตลอดจนปริมาณผู้โดยสารในปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายแต่ ทอท.ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อพนักงานทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างหนักก็สามารถจะฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นเหล่านี้ไปได้ ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายนโยบายคงจะพิจารณาผลตอบแทนให้กับพนักงานทอท.ที่ได้ทุ่มเทร่วมทำงานหนักกันมาตลอด