บอร์ดป.ป.ช. ลงมติประมูล3จีโปร่งใส ปัดข้อกล่าวหา5ประเด็น ยันการประมูลเสนอราคา7รอบ ไม่ส่อพฤติการณ์ฮั้ว
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งมติการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับกรณีกล่าวหาคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ว่า มีพฤติการณ์ทุจริตเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ หลังจาก กทค.จัดประมูลไปตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2555
จากที่ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องถอดถอนบอร์ด กทค. ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามมาตรา 63 และเป็นกรณีมีผู้กล่าวหาจำนวนหลายราย ส่งเรื่องมาตามมาตรา 84 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ กล่าวหา พันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม นายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และพลเอก สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการกิจการโทรคมนาคม
โดยกล่าวหา 5 ข้อ ประกอบด้วย 1. การออกประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 3 จี เอื้อประโยชน์ให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 ราย ทำให้ไม่มีการแข่งขันเสนอราคากันอย่างแท้จริงในการประมูล 2. บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด มีผู้จัดการเป็นคนต่างด้าว ขาดคุณสมบัติในการเข้าร่วมประมูล
3. บอร์ดกทค.ไม่มีอำนาจจัดการประมูลคลื่น 3 จี 4.ผู้เข้าประมูลทั้ง 3 ราย สมยอมกันในการประมูลคลื่น 3 จี และ 5. กทค. ทั้ง 4 ราย ละเว้นไม่ดำเนินการยกเลิกการประมูลทั้งที่ทราบว่า ผู้เข้าร่วมประมูลไม่แข่งขันเสนอราคาอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว เห็นว่าข้อกล่าวหาที่ 1 จากการไต่สวนพบว่า ขณะออกประกาศหลักเกณฑ์มีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเข้าประมูลได้ 20 ราย การออกประกาศหลักเกณฑ์จึงมิได้เป็นการเอื้อให้ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ที่เข้าประมูล ตามที่กล่าวหา จึงมีมติว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ข้อกล่าวหาที่ 2 จากการตรวจสอบจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า ดีแทค เนทเวอร์ค มีผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทยทั้งหมด จึงไม่ขาดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต ตามประกาศ จึงมีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ข้อกล่าวหาที่ 3 จากการไต่สวนพบว่า การจัดประมูลคลื่น 3 จี ของ กทค. เป็นการดำเนินการแทน กสทช. ตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ จึงเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงมีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ข้อกล่าวหาที่ 4จากการไต่สวนพบว่า การเสนอราคาของผู้เข้าประมูลทั้ง 3 ราย เป็นไปโดยถูกต้องตามประกาศหลักเกณฑ์ไม่ปรากฏพฤติการณ์หรือพยานหลักฐานว่ามีการสมยอมกันในการเสนอราคา จึงมีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
และข้อกล่าวหาที่ 5 จากการไต่สวนพบว่า การประมูลครั้งนี้ ตามประกาศได้แบ่งคลื่นออกเป็น 9 ชุด มีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เนทเวอร์ค จำกัด บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียลฟิวเจอร์ จำกัด นั้น เป็นดำเนินการประมูลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่ กสทช. ประกาศกำหนด มิได้นำหลักการประมูลตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีออคชั่น) มาใช้
ดังนั้น การประมูลเป็นไปตามหลักสากลเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค การประมูลแข่งขันเสนอราคากัน 7 รอบ ผลการประมูลได้ราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ ที่มีรายได้ต่อหัวใกล้เคียงกับประเทศไทย และได้รับการยอมรับจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ซึ่งเป็นองค์กรของสหประชาชาติด้านโทรคมนาคม การประมูลครั้งนี้เป็นการพัฒนาระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทยแบบก้าวกระโดด ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มาก จึงไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา จึงมีมติว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลให้ข้อกล่าวหาตกไป









