วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTC - ซื้อ

กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ประเด็นการลงทุน

เราได้เข้าร่วมการประชุมหลังประกาศผลประกอบการของ KTC เมื่อวาน เราพบว่าบริษัทคงเป้าการขยายตัวของสินเชื่อปี 2557 ที่ 15% เราคาดกำไร KTC ปี 2557 จะหดตัวลง 1% YoY เป็น 1.27 พันล้านบาท เนื่องจากปีก่อนบริษัทมีกำไรพิเศษจำนวน 300 ล้านบาทจากการลงทุน เรามองว่า KTC มีศักยภาพการทำกำไรได้สูงกว่าประมาณการของเรา จากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.) สินเชื่อโตแข็งแกร่งกว่าคาด (การใช้จ่ายการบริโภคฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557), 2.) มีการจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ (โดยสามารถติดตามเก็บหนี้สูญฯได้มากขึ้น) และ 3.) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น หนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อที่รวดเร็วและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินที่ยังต่ำอยู่ปี 2557 และปี 2558 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

ผู้บริหารคงเป้าการเติบโตสินเชื่อปี 2557 ที่ 15% หนุนโดย สินเชื่อส่วนบุคคล

ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันสินเชื่อในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัวแล้ว 5% แต่ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ไว้ที่ 15% หนุนการเร่งปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตให้มากขึ้น โดยบริษัทวางแผนที่จะกระตุ้นสินเชื่อส่วนบุคคลในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ผ่านทางซื้อพอร์ตสินเชื่อและการ เร่งปล่อยสินเชื่อผ่านเครือข่ายของบริษัท พร้อมกันนี้ KTC ยังคงเป้าเพิ่มจำนวนสินเชื่อบัตรเครดิตจาก 1.69 ล้านบัตร ณ สิ้นเดือนมิ.ย. เป็น 1.8 ล้านบัตรสิ้นปีนี้ เราตั้งสมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมต่อการเติบโตสินเชื่อปี 2557 ไว้ที่ 8% (ก่อนหน้าเราคาดไว้ที่ 5%) หนุนโดยสินเชื่อส่วนบุคคล แต่ในทางกลับกัน เราปรับลดประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2557 ลงจาก 22.1% เป็น 20.6% เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง

มีแนวโน้มลดสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯใน 2H57 จากคุณภาพสินทรัพย๋ดีขึ้น

KTC เชื่อว่าบริษัทมีแนวโน้มปรับลดการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ สิ้นเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 134% สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ปรับตัวลดลงเหลือ 2.4% จาก 2.9% ณ สิ้นเดือนมี.ค. การปรับลดการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจะกระตุ้นกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯไว้ที่ 3.4 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 และที่ 3.8 พันล้านบาทสำหรับปี 2558 การปรับลดการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลงจะสะท้อนกำไรที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง และต่อเนื่องถึงปีหน้า

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานครึ่งหลังปี 2557 ปรับตัวสูงขึ้นเพื่อต่อยอดธุรกิจ

หลังจากที่บริษัทปรับลดต้นทุนการดำเนินงานในช่วงเศรษฐกิจผันผวนในครึ่งปีแรก และรักษาคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงดังกล่าว ผู้บริหารมีดำริที่จะกลับมาเพื่อฐานลูกค้าทั้งบัตรเครดิตและลูกค้าสินเชื่อบุคคล ทำให้ในครึ่งปีหลัง KTC จะกลับมีต้นทุนการดำเนินงานด้านการการตลาดและเพิ่มฐานลูกค้าเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวมากขึ้นใน 2-3 ปีข้างหน้า

ดังนั้น เราปรับเพิ่มประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปี 2557 ขึ้น 4% เป็น 5.3 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการเพิ่มต้นทุนจะชดเชยกับการกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลงและการเติบโตของสินเชื่อที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ดังนั้น ประมาณการกำไรปี 2557 ของเราในขณะนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนทุนต่ำและเพียงพอขยายกิจการระยะยาว

อัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของ KTC ณ สิ้นปี มิ.ย. อยู่ในระดับต่ำที่ 6.5เท่า ซึ่งหนุนให้แนวโน้มสินเชื่อโตอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องทำการเพิ่มทุนอย่างน้อยเป็นเวลา 2-3ปี ให้สังเกตว่า KTC ถูกกำหนดเพดานสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนทุนตามพันธะสัญญาเจ้าหนี้หุ้นกู้ที่ไม่เกิน 10เท่า ปัจจุบันเราไม่คิดว่าบริษัทจะประกาศเพิ่มทุนภายในปีนี้หรือปีหน้าเนื่องอัตราหนี้สินต่อทุนยังต่ำอยู่