วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.ไตรมาส2กำไรลดลง1.3หมื่นล้าน

ปตท.กำไรไตรมาส2 ปีนี้ลดลง1.3หมื่นล้าน หรือลดลง78.72% ขณะผลประกอบการรวมครึ่งแรกปีนี้ปรับเพิ่มขึ้น 21.9%

แรงหนุนจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เหตุราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์โรงแยกก๊าซเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งบาทอ่อนค่า และบริษัทร่วมในกลุ่มธุรกิจการกลั่น มีกำไรสต็อกน้ำมัน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ผลการดำเนินงานเฉพาะบริษัทไตรมาส 2 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 3,561.42 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 16,732.59 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิลดลง 13,171.17 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 78.72% ขณะที่ปีนี้มีกำไรต่อหุ้น 1.25 บาท ส่วนงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรต่อหุ้น 5.86 บาท ลดลง 4.61 บาท หรือคิดเป็นลดลง 78.67%

ส่วนงวดครึ่งแรกปีนี้ มีผลการดำเนินงาน 25,147.35 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 37,375.74 ล้านบาท ลดลง 12,228.39 ล้านบาท หรือลดลง 32.72% ส่วนกำไรต่อหุ้นปีนี้อยู่ที่ 8.80 บาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรต่อหุ้น 13.09 บาท กำไรลดลง 4.29 บาท หรือลดลง 33.77%

ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อยครึ่งแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 57,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,395 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.9% จาก 47,491 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปีก่อน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ส่วนใหญ่มาจากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นของ ปตท. โดยเฉพาะจากหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์โรงแยกก๊าซ เพิ่มสูงขึ้นตามราคาปิโตรเคมีอ้างอิง รวมทั้งเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ยังมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทร่วมในกลุ่มธุรกิจการกลั่น เพราะมีกำไรสต็อกน้ำมัน

ส่วนครึ่งแรกปีนี้ ปตท. และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย 1,433,262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63,855 ล้านบาท หรือ 4.7% ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจน้ำมัน เพราะราคาขายน้ำมันเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นจาก 104.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในครึ่งแรกปีก่อนเป็น 105.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ยังมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นของ ปตท.สผ. จากการเข้าซื้อบริษัทย่อยของ Hess Corporation ส่งผลให้ครึ่งแรกปีนี้ ปตท.และบริษัทย่อย มีกำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัด จำหน่าย รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นและรายได้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน (EBITDA) 133,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,911 ล้านบาท หรือ 17.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 9,543 ล้านบาท ลดลง 1,191 หรือ 11.1% สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีลดลงทั้งสายอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ โดยสายอะโรเมติกส์ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ของ Paraxylene ปรับลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะกำลังการผลิตจากโรงอะโรเมติกส์แห่งใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์ในผลิตภัณฑ์ขั้นปลายปรับลดลงตามเศรษฐกิจของจีนที่เริ่มชะลอตัว ทำให้เกิดอุปทานส่วนเกิน ส่วนสายโอเลฟินส์ลดลง เพราะระหว่างไตรมาสแรกปีนี้ โรงโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง มีการปิดซ่อมบำรุงตามแผนงานและหยุดผลิตฉุกเฉิน ส่งผลให้ปริมาณผลิตและปริมาณขายลดลง แม้ว่า Spread Margin ของผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลีเมอร์ปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง

ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในกลุ่มธุรกิจการกลั่นเพิ่มขึ้น โดย Accounting GRM ของโรงของกลุ่มปตท. เพิ่มขึ้นจาก 3.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในครึ่งแรกของปีก่อนเป็น 4.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในครึ่งแรกปีนี้ โดยหลัก เป็นผลจากมีกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนจากสต็อกน้ำ เพราะราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้