วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจจีนแห่เข้าไทย

(สัมภาษณ์พิเศษ) ธุรกิจจีนแห่เข้าไทย ไอซีบีซีชี้หวังตั้งฮับผลิตรุกเออีซี

หลังจากเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนที่สองของอินดัสเตรียล แอนด์ คอมเมอร์เชี่ยล แบงก์ ออฟ ไชน่า หรือ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มไอซีบีซี ธนาคารชั้นนำรายใหญ่ของจีน มาเป็นเวลานานนับปีหรือตั้งแต่เดือนก.ค.ปี 2556 หลี่ จื้อกัง ได้ให้โอกาสสื่อในเครือเดอะ เนชั่น สัมภาษณ์ถึงบทบาทและพัฒนาการการทำธุรกิจของธนาคารในไทย โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของกลุ่มลูกค้าเป็นบริษัทชั้นนำรายใหญ่ของจีน ซึ่งต้องการขยายธุรกิจออกไปในตลาดโลก รวมทั้งไทยและอาเซียนที่กำลังกลายเป็นเออีซีในปีหน้า

ชูไทยประตูสู่เออีซี

จื้อกังพูดถึงบททบาทของไทยว่า อยู่กึ่งกลางระหว่างอาเซียนกับพื้นที่จีนตอนใต้ ขณะที่อาเซียนก็กำลังกลายเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปีหน้า ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแบบแนบแน่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นบทบาทของไทยที่มีต่อเออีซีนั้นสำคัญมากในมุมมองระดับโลก

เมื่อให้เปรียบเทียบไทยกับเพื่อนบ้าน จื้อกังกล่าวว่าไทยมีความได้เปรียบอย่างมาก แม้เทียบสิงคโปร์ซึ่งเป็นเศรษฐกิจก้าวหน้ากว่าไทยก็จริง แต่พื้นที่ประเทศมีขนาดเล็กกว่าประเทศอื่นๆ ต้นทุนการดำรงชีวิตของสิงคโปร์ก็สูงมาก ต้นทุนการดำรงชีวิตในไทยถูกกว่าสิงคโปร์มาก หรือหากเทียบไทยกับพม่าและกัมพูชาแล้ว ถือว่าทั้งสองประเทศพัฒนาได้น้อยกว่าไทย

จากคำถามที่ในโครงการเมกกะโปรเจกของไทยมูลค่า 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งครอบคลุมการสร้างเส้นทางรถไฟ รถไฟรางคู่กับรถไฟความเร็วสูง บริษัทจีนทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการลงทุนดังกล่าว สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาและก่อสร้างได้นั้น จื้อกังคาดว่าจะมีบริษัทจีนมากมายหลายแห่งสนใจ เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการและเข้าไปร่วมลงทุนโครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงการการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ

หนุนสร้างรถไฟความเร็วสูง

จื้อกังมองว่าหากมีการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงได้จริง ทั้งไทยและจีนจะสามารถขนส่งสินค้าได้มากขึ้น คนไทยและจีนสามารถเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงประชากรจีนในหลายมณฑลทางตอนใต้ที่มีอยู่ราว 300 ล้านคน ขณะที่ตลาดค้าปลีกของทั้งสองประเทศจะยิ่งไปได้ดี

ปีที่แล้ว จีนนำเข้าสินค้าจนส่งมาจากไทยมากมาย หลักๆ เป็นพวกยางพาราและข้าว รวมถึงสินค้าเกษตรอื่นๆ ถ้าโครงการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้น จะช่วยให้การขนส่งสดวกมากยิ่งขึ้น สามารถประหยัดเวลาได้มากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำธุรกิจและการเดินทางยิ่งมีมากขึ้น

โครงการสร้างรางรถไฟความเร็วสูง ต้องมีเงินทุนอุดหนุนเพื่อสร้างรถไฟความเร็ว 160ก.ม.ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นไปได้ที่อาจดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับภาครัฐ หรือ พีพีพี ซึ่งมีนักลงทุนต่างชาติรวมถึงจีนรวมอยู่ด้วย และจะมีนักลงทุนจีนสนใจร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงกับภาครัฐของไทย

นักลงทุนจีนเล็งสร้างอสังหาฯ

นอกจากนี้ จื้อกังมองว่าในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย มีนักลงทุนจีนซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มีศักยภาพของจีน ก็สนใจและต้องการเข้ามาลงทุนสร้างคอนโดที่อยู่อาศัย พร้อมกับสร้างกลุ่มอาคารใช้เป็นคอมเพล็กซ์เพื่อการพาณิชย์ในไทย ส่วนบริการการแพทย์และสันทนาการก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่นักลงทุนจีนสนใจ ซึ่งตลาดไทยดีมากเหมาะสมกับการทำธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อใช้บริการการแพทย์นี้ เพราะคนจีนสูงวัยจำนวนมากขึ้นต้องการบริการด้านนี้เพิ่มขึ้น

ขณะที่กลยุทธ์ทำธุรกิจในตลาดไทยก็เป็นไปตามกลยุทธ์ของกลุ่ม ที่ต้องการเป็นธนาคารระดับโลก ไอซีบีซี (ไทย)ก็เป็นเหมือนสะพานเชื่อมโยงไทยกับจีน และบทบาทหลักคือสนองตอบความต้องการการเงินให้บริษัทจีน ที่ต้องการขยายธุรกิจออกไปในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทเข้ามาทำธุรกิจในไทย

ลูกค้าจีนมีกว่า100ราย

ทั้งนี้จื้อกังระบุว่าธนาคารไอซีบีซี(ไทย) ให้บริการลูกค้าเป็นบริษัทจีนกว่า 100 แห่งแล้ว ครอบคลุมหลายธุรกิจ ซึ่งหลักๆเป็นธุรกิจสื่อสารอย่างบริษัทหัวเหว่ย ธุรกิจคอมพิวเตอร์ซอฟท์แวร์ไอทีอย่างหลานเถา (Landao) ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ทำจากยางพาราซึ่งมีบริษัทจีน 4-6รายมองไทยเป็นฐานใหญ่สุดในการทำธุรกิจนี้ ซึ่งเป็นการผลิตสินค้าจากยางพารารวมถึงยางรถยนต์ เพื่อส่งออกกลับไปที่จีนอีกครั้ง ซึ่งตลาดรถยนต์จีนยังต้องการสินค้ายางรถยนต์อีกมาก

นอกนั้นมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิต เช่น เหล็ก มีบริษัทเหล็กชั้นนำติดกลุ่มใหญ่ที่สุดของจีน เข้ามาตั้งโรงงานในไทยชื่อเต๋อหลง ใช้เงินลงทุนกว่าพันล้านบาทจัดตั้งโรงงานผลิตในไทย เพราะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จากการที่ไทยยังนำเข้าเหล็กจากประเทศอื่นอยู่ ขณะที่ในจีนเกิดปัญหาเหล็กมีมากเกินความต้องการ เต๋อหลงจึงย้านฐานการผลิตมาที่ไทยแทน

นอกจากนี้เต๋อหลงยังมีลูกค้าเป็นบริษัทจีนผลิตชิ้นส่วนลวดไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อื่นๆใช้ประกอบโทรศัพท์มือถือด้วย และยังมีบริษัทเทรดดิ้งทั้งไทยและจีนทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าเษตร เช่น ข้าวจากไทย ลูกค้าบริษัทจีนทั้งหมดข้างต้น ล้วนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐาน กระจายสินค้าและบริการสู่ตลาดอาเซียน

ปัจจุบันธนาคารไอซีบีซี (ไทย) มีสาขา10แห่งในไทย มีพนักงานทั้งหมดกว่า1,300 คน ขณะที่ไอซีบีซีทั้งกลุ่มมีสาขาในจีน 17,425 แห่ง และอีก 329 สาขาใน 40 ประเทศทั่วโลก