หน.คสช.เตือนไว้แล้วว่าจะต้องมีการ Zoning ตั้งแต่วันนี้แต่จะบังคับใช้เมื่อใดไปว่ากันอีกที
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ"วานนี้ (8 ส.ค.) โดยมีประเด็นด้านการบริหาร "นโยบายเศรษฐกิจ"สำคัญ ดังนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่านโยบายเศรษฐกิจที่ต้องเดินหน้าไปตลอดเวลา การใช้จ่ายงบประมาณยังคงต้องทำอยู่ โดยคสช.และทุกส่วนราชการ พยายามสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในไทยและต่างประเทศ
สำหรับประเทศในกลุ่มยุโรป เช่น เยอรมัน ได้มีการทำความเข้าใจในสถานการณ์ด้านต่างๆ และด้านแรงงาน และความชัดเจนของคสช.และรัฐบาลในอนาคตทางด้านเศรษฐกิจกับกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจเยอรมันประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และได้ทราบว่าภาคธุรกิจขายปลีกของเยอรมัน มีความเข้าใจ และมีปฏิกิริยาตอบรับในทางบวก
กลุ่มประเทศอาเซียน ห้วงที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของอินโดนีเซียได้แสดงความเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือที่จะผลักดันเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไป รวมทั้งมุมมองจากการสัมมนา ของอดีตเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ซึ่งพอจะสรุปที่เขากล่าวไว้ว่า “ แนวทางประชาธิปไตยในรูปแบบตะวันตกอาจไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ จึงไม่มีความจำเป็นที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติตาม แต่ละประเทศควรหาแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ โดยไม่ขัดแย้งต่อหลักการประชาธิปไตยของสังคมโลกมากนัก ”
"อันนี้ ผมเคยเรียนท่านแล้วคนไทยต้องใช้สติปัญญาในการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยว่าจะเดินหน้ากันไปอย่างไร ในขณะเดียวกันต้องได้รับการยอมรับจากโลกสากลด้วย"
การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ไว้เป็นระยะเวลา 8 ปี 5 แผนงาน คำว่าแผนยุทธศาสตร์คือวางแผนระยะยาวเอาไว้ ทั้ง 5 แผนงาน 8 ปี ไม่ใช่สร้างทั้งหมดกี่ล้านๆ บาท ไม่ทราบเรื่องตัวเลข ตัวเลขตั้งแต่ 8 ปี ถ้าทำทีเดียวก็ต้องเป็นแบบนั้น จากนั้นจะนำแผนที่วางมาตัดตอนว่าจะปีไหน
"งบประมาณมาจากที่ไหน ยังไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น ก็บอกว่าเหมือนกัน เดี๋ยวก็มีการทุจริตตรงนั้น ตรงนี้ คนละขั้นตอน ขั้นตอนที่ไปทำ ไปจัดซื้อจัดจ้าง ไปตรวจสอบการทุจริต ไปว่ากันตรงโน้น ตรงนี้เป็นเรื่องของนโยบายเป็นเรื่องของการอนุมัติแผนงานโครงการระยะยาว ก็เหมือนที่เราวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็เดินไปทุก 5 ปี ก็เหมือนกันให้สอดคล้องกับแผนที่วางไว้"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าจะมีการเชื่อมโครงข่ายคมนาคมกับประตูการค้า เมืองหลัก กรุงเทพฯ - ปริมณฑล ต้องเข้าใจทั้งชายแดน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ต้องต่อเนื่องเชื่อมโยง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
เรื่องต่อไปที่เราเร่งให้ดำเนินการ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางราง เพราะไม่มีการขนส่งใดที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการให้บริการทางราง ทั้งขนส่ง โดยสาร การบริการอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกนั้นก็เป็นเรื่องของทางน้ำ ทางบกใช้สิ้นเปลืองใช้งบประมาณสูง แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นทุกอย่าง
"ต้องทยอยทำไปตามแผนงาน จะไปหาเงินที่ไหนกันมา จะไปกู้หรือไม่ ใช้เงินงบประมาณในประเทศหรือไม่ ยังไม่ได้พูดถึง พูดถึงตัวเลขคร่าวๆ เท่านั้น ถึงเวลานั้นอาจจะถูกกว่านี้ แพงกว่านี้อีกก็ได้ ถ้าเราตีเส้นว่าจะเท่านี้เท่านั้น ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด ไปแยกขั้นตอนให้เป็น คิดให้ออก ให้เหมือนที่พวกเราคิด ท่านคิดได้ดีกว่าผมอยู่แล้ว ถ้าท่านไม่ฟังผม ท่านก็จะพูดของท่านไปเรื่อย และกลับมาที่เก่า ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง"
ในห้วงที่ผ่านมา ตัวแทนหอการค้าสหรัฐในอาเซียน ได้เข้าพบหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ทราบถึงแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมากในอนาคต มีความพึงพอใจในสิ่งที่คสช. ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ในเรื่องของการคมนาคมและขนส่ง และรับว่าจะมีการนำไปประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ เพื่อให้มีการลงทุนค้าขายเพิ่มเติมกับเราต่อไป นั้นคือสิ่งที่เราจัดทำแผนงานเตรียมการยุทธศาสตร์
"ยุทธศาสตร์เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องของประเทศ วางกรอบไว้ ถ้าทำงานไม่มียุทธศาสตร์ใหญ่ ก็ทำเป็นชิ้น ทำเป็นแผนย่อย เป็นโครงการย่อย ก็จะเป็นแบบเดิม ทุกเรื่องต้องมียุทธศาสตร์"
ลั่นเตรียมประกาศโซนนิ่งเกษตร
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ลองกองในปีนี้ผลผลิตล้นตลาดแน่นอน มีการประชุมในคสช. เหมือนประชุมในลักษณะคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำทุกพืชผลมาพูดกัน ข้าว ลองกอง มังคุด อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม พูดหมด เดี๋ยวจะน้อยใจว่าพูดแต่เรื่องข้าวไม่พูดเรื่องอื่น พูดทุกเรื่อง รู้ว่าทุกเรื่องคือปัญหาและทุกอย่าง ทุกเรื่องก็แก้มาทุกรัฐบาล ก็แก้ระยะยาวไม่ได้ เดือดร้อนก็ Subsidize ลงไป นำเงินไปช่วยก็เป็นอยู่แบบนี้ 10 ปีหน้าก็เป็นแบบนี้
"วันนี้ทำให้เป็นระบบขึ้น ทุกอย่างต้องดูเรื่องการขนส่ง การจัดหาตลาด ควบคุมพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งแปรรูปให้มีมูลค่าสูงขึ้น ส่งออกต่างประเทศได้ง่ายขึ้น มีคุณภาพ ไม่มีเชื้อโรค ไม่มีปลอมปน คืออย่าไปโกงใครเขา เวลาค้าขายกับต่างประเทศ มีคนบางกลุ่ม บางพวก กะขายทีเดียว รวยแล้วเลิก แต่ประเทศชาติเสียหาย ไปกำจัดคนเหล่านี้ให้ได้ มีทุกกระบวนการ ส่งไปตรวจสอบดี แต่เวลาส่งจริง ๆ ทั้งหมด มีปลอมปนลงไป มีคุณภาพไม่ได้ ผิดบริษัทหนีไปเลิก ผมว่าคนแบบนี้ใช้ไม่ได้ อย่าให้มีอีก"
ยางพารา ให้ไปดูความต้องการในประเทศ แต่วันนี้ในหลายประเทศปลูกยางมากขึ้น ประเทศใหญ่ ๆ เขาไปปลูกที่อื่นแล้ว ไปสนับสนุนในประเทศอื่น ๆ ประเทศไทยมีมากแล้ว ฉะนั้นถ้าไปปลูกที่อื่นค่าใช้จ่ายลดลง ถูกลง ราคายางต้องตกลง อยากให้พี่น้องสวนยางเข้าใจตรงนี้ด้วย และมาดูว่าจะทำอย่างไร เราจะลดต้นทุนลงไปได้ ท่านมีกำไรบ้างพอสมควร ไม่ใช่กำไรมากจนเกินไป อันนั้นเป็นการสร้าง Demand (อุปสงค์) เทียม ฉะนั้นต้องควบคุมทั้ง อุปสงค์ - อุปทาน ถ้าไปตัด ทั้ง อุปสงค์อุปทาน ต้องพอเพียงต่อกันและเป็นข้อเท็จจริง มีการสำรวจที่มีฐานข้อมูลที่ตรงกันที่ชัดเจนไม่โกหกกัน ถ้าแบบนั้นจะวางแผนได้ เราจะได้วางแผนและใช้เวลาแก้ไขวาง Road map ว่า เราจะแก้เรื่องยางอย่างไร พื้นที่ตรงนี้ควรจะปลูกเพิ่มหรือไม่ ในเมื่อปริมาณที่ต้องการในตลาดไทย ตลาดโลก ลดลงและเราจะปลูกไปและจะทำอย่างไร วันหน้าถ้าปลูกไปเรื่อย ๆ เห็นรายได้ดี ก็มารุมกันปลูก ไม่ได้
"ฉะนั้นต้องมีการ Zoning แน่นอน Zoning นี้ ผมเตือนไว้แล้วว่าจะต้องมีการ Zoning ตั้งแต่วันนี้แต่จะบังคับใช้เมื่อใดไปว่ากันอีกที"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าขอสร้างความเข้าใจกันก่อนว่า ถ้าท่านบอกว่าอยากจะปลูกอันนี้ และท่านเรียกร้องว่าราคาต้องสูงแบบนี้ ไม่มีใครทำได้ในโลกนี้ ไม่มี ฉะนั้นค่อยคุยกัน ตรงไหนจะ Zoning ปลูกอะไร ตามความต้องการเท่าใด ตรงไหนจะต้องแปลงไปเป็นอะไร มีตั้งหลายอย่าง ปลูกพืชทดแทน ปลูกพืชหมุนเวียนหรือไปทำอุตสาหกรรมอย่างอื่น หรือยกระดับอุตสาหกรรมในท้องถิ่น โรงงานขนาดเล็กแปรรูป ยกระดับ
สั่งตรวจโรงงานน้ำตาลตั้งผิดกฎหมาย
สำหรับเรื่องโรงน้ำตาลและอ้อยได้มีการขยายการปลูก เพราะอ้อยเป็นผลผลิตที่ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นแสนล้านบาท และมีพื้นที่เป็นจำนวนมาก วันนี้หลายภาคส่วนอยากจะตั้งโรงงานน้ำตาลเพิ่ม ผมยืนยันไปว่า ถ้าจะตั้งโรงงานน้ำตาลเพิ่ม ต้องอยู่ในระยะ 80 กิโลเมตร ของเดิมที่ตั้งมาแล้ว ระยะยังไม่ได้ ท่านต้องไปหาแหล่งปลูกอ้อยของท่านเอง ไม่อย่างนั้น ถ้าใครจะแย่งกัน ต้องอยู่ในระยะไม่เกิน 60 และจะทำอย่างไร ก็ต้องไปกดราคาของผลผลิตจากเกษตรกรใช่หรือไม่
"เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ผมยืนยันเหมือนเดิม 50 โรงให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปตรวจแล้วว่า ถูกกี่โรง ที่เหลือจาก 80 โรง ถ้าไม่ถูกไปหาวิธีการแก้ไขให้เขาให้ได้ จะไปรื้อทิ้งคงจะไม่ได้ต้องไปหามาตรการ กฎหมายอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป และจะทำอย่างไรให้ขยายไปเปลี่ยนที่เพาะปลูกอ้อย มาเป็นเพาะปลูกข้าวแทน และส่งเสริมโรงงานที่ไม่มีวัตถุดิบได้หรือไม่ ประเภทตั้งใหม่ต้อง 80 กิโลเมตร"
เรื่องการเจรจาซื้อขายข้าว แบบรัฐต่อรัฐ ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เดินทางไปเจรจาที่จีน มีผลการเจรจากลับมา เป็นข่าวดีคือ การส่งมอบข้าวตามสัญญาที่เหลือ 9 แสนตัน ทางจีนแจ้งว่าจะยังคงดำเนินการต่อไป ทุกเดือน เดือนละ 8 หมื่น ถึงหนึ่งแสนตัน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 ถึง กันยายน 2558 จริงๆ แล้วต้องส่งเขาล็อตที่ 2 แล้ว สำหรับกติกาเดิม ล็อต 1 ล็อต 2 วันนี้ล็อต 2 จีนเขาให้แก้ราคาใหม่ได้ ตามราคาท้องตลาดไม่อย่างนั้นราคาจะต้องต่ำกว่านี้ สำหรับล็อตแรก และนี่คือสิ่งที่เราทำ
"จีนสนใจการสั่งซื้อปลายข้าว โดยสั่งซื้อ 1 แสนตันในเดือนส.ค. 2557 และเปิดโอกาสให้เราส่งตัวอย่างข้าว ที่เราไปตรวจมา แล้วที่ผ่านมาตรฐานดีที่สุด ดี ปานกลาง ต่ำ ให้เขาเลือกดูว่าเขาจะช่วยเราตรงไหนได้บ้าง ทางเราจะเสนอราคาให้จีนพิจารณาเพิ่มเติม ประเด็นสำคัญจีนมองว่า ข้าวเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน ซึ่งน่าชื่นใจ"








