"อารีพงศ์"เร่งเพิ่มแหล่งพลังงานในประเทศลดการนำเข้าพลังงาน แก้วิกฤติในอนาคต
การสัมมนา"วิกฤติความเสี่ยงพลังงานกับอนาคตการพัฒนาเศรษฐกิจไทย" จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ วานนี้(8ส.ค.)ได้รับความสนใจจากบุคคลในแวดวงพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ ว่า วิกฤติพลังงานของประเทศเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันคิดและช่วยกันหาทางออก ซึ่งจากข้อมูลการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของไทยในปี 2556 ที่สูงถึงประมาณ 2 ล้านล้านบาทนั้น เป็นการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเป็นมูลค่าถึง 1.4 ล้านล้านบาทต่อปี การเข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานจะต้องหาทางที่จะลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศให้ได้มากที่สุด เพราะไม่ได้ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่หากมีการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานในประเทศให้มากขึ้น ทั้งในส่วนของการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และการประหยัดพลังงาน จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมากกว่า
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี)ฉบับใหม่ 2015-2035 ที่จะนำเสนอขออนุมัติในหลักการในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ในวันที่15 ส.ค.นี้ โดยแผนดังกล่าวจะมีการนำแผนการอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก เข้ามาพิจารณาให้สอดคล้องกัน
"การจัดทำแผนพีดีพี จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเดือนแรกหลังจากที่กพช.อนุมัติในหลักการแล้ว หลังจากนั้นในเดือนที่ 2 ก็จะมีการจัดทำเป็นแผนให้แล้วเสร็จ เพื่อนำแผนดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งในช่วงเดือนที่ 3 โดยจะให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของพลังงานถ่านหินสะอาด การพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องพลังงานอย่างพม่าและลาว และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่เป็นไบโอแมสและไบโอแก๊ส และขยะ ที่มีต้นทุนการส่งเสริมที่ต่ำกว่า โซลาร์เชลล์และพลังงานลม" นายอารีพงศ์ กล่าว









