เข้าซื้อกิจการเมโทร เวียดนาม
มีอะไรใหม่?
BJC ประกาศว่าบริษัทได้ลงนามในสัญญาการเจรจาซื้อขายธุรกิจกับบริษัท เมโทร เอจี ของเยอรมณีเพื่อเข้าซื้อบริษัท เมโทร แคช แอนด์ แคร์รี่ เวียดนาม (เมโทรเวียดนาม) เป็นมูลค่า 655 ล้านยูโร (ราว 28,000 ล้านบาท) โดยบริษัทจะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติการเข้สซื้อกิจการดังกล่าว หากผู้ถือหุ้นอนุมัติ ดีลดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2558
เมโทรเวียดนามเป็นผู้ให้บริการค้าส่งประเภทซื้อขายด้วยเงินสด (คล้าย MAKRO) เพียงรายเดียวในประเทศเวียดนาม โดยมีสาขาจำนวน 19 สาขา และมียอดขาย 21 พันล้านบาทในปี 2556 ส่งผลให้บริษัทอยู่ในอันดับที่สองของประเทศในตลาดธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่ด้วยส่วนแบ่งตลาด 22%
เมโทรเอจีจะยังคงให้การสนับสนุนเมโทรเวียดนามในหลายๆด้านภายใต้ Transitional Services Agreement เป็นระยะเวลา 24 เดือนหลัง BJC เข้าซื้อกิจการ ทั้งนี้ BJC ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้แบรนด์ของบริษัทเข้ามาแทนแบรนด์เมโทรเวียดนามในอนาคต
ระยะกลางไม่สดใส; ระยะยาวกำไรยังคงไม่ชัดเจน
แม้เมโทรเวียดนามจะสร้างโอกาสให้ BJC ได้สร้างเครือข่ายบริษัทค้าปลีกและขยายซัพพลายเชนเข้าสู่ประเทศซึ่งมีการเติบโตสูงอย่างประเทศเวียดนาม แต่ในระยะกลางเรามองว่าการเข้าซื้อครั้งนี้จะเป็นภาระให้แก่ BJC อย่างหนัก
ประการแรก เมโทรเวียดนามมีผลการดำเนินงานขาดทุนมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2545 และยังคงมีแนวโน้มที่จะขาดทุนต่อไป เราไม่คิดว่า BJC ซึ่งไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้จะสามารถพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมาทำกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้แม้จะช่วยเพิ่มรายได้ แต่กำไรสุทธิอาจลดลง
ประการที่สอง ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงจากสัญญาเงินกู้ระยะสั้นจำนวน 28 พันล้านบาทจะส่งผลกระทบต่อกำไรของ BJC อย่างมาก นอกจากนี้ BJC ยังมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนหากบริษัทไม่ทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
ประการที่สาม การกู้เงินดังกล่าวจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทสูงขึ้นเป็น 2.4 เท่า ซึ่งส่งผลให้อาจต้องมีการเพิ่มทุน
ในระยะยาว เราคาดว่าเมโทรเวียดนามจะต้องรับมือการแข่งขันที่สูงขึ้นจากคู่แข่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน (เช่น BigC) และจากคู่แข่งใหม่ เช่น MAKRO ซึ่งมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดเข้าสู่ประเทศเวียดนามในเร็วๆนี้เช่นกัน
คำแนะนำ
การเข้าซื้อกิจการอาจส่งผลให้มีการปรับลดประมาณการ เราคาดว่าจะสามารถประเมินขนาดในการปรับลดได้หลังเสร็จสิ้นประชุมนักวิเคราะห์ในช่วงบ่ายนี้ ทั้งนี้ หากไม่รวมดีลเมโทร BJC ก็ยังถือว่ามีระดับราคาที่ค่อนข้างแพง โดยซื้อขายด้วย PER ที่ 41.8 เท่า ปี 2557 และ 34.5 เท่า ปี 2558 เราแนะนำขาย ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ของเราอยู่ที่ 42 บาท









