ราคาหุ้นตอบรับความเสี่ยงแรงไป
คดี TT&T ขึ้นอยู่กับศาลชี้ขาด
จากกรณี TT&T ยื่นฟ้องบริษัท อคิวเมนท์ (บ.ย่อยของ JAS) เป็นข้อขัดแย้งจากข้อตกลงให้สิทธิผู้ถือหุ้น TT&T ซื้อหุ้นในวันที่มีการเสนอขายหุ้น IPO ของ TTTBB หรือวันที่ครบกำหนด 3 ปีนับแต่วันทำบันทึกข้อตกลง ซึ่งผู้บริหาร JAS ยืนยันบันทึกข้อตกลงสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.51 และประเมินผลกระทบจำกัดเพียง 6% (70 ล้านหุ้น ของทุนจดทะเบียนของ TTTBB ที่ 1,250 ลัานหุ้น) ปัจจุบันศาลอยู่ระหว่างไต่สวนพยานเพื่อพิจารณาว่าจะมีคำสั่งรับฟ้องและสั่งคุ้มครองหรือไม่ กรณีศาลรับฟ้องและสั่งคุ้มครอง เรามองว่าจะกระทบการออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนสัดส่วนถือหุ้นใน TTTBB และผลการดำเนินงานตามปกติของ JAS โดยเรายังไม่รวมผลการออกกองทุนในประมาณการ
ประเมินผลกระทบจาก TT&T เป็น 2 กรณี
เราประเมินผลกระทบกรณี TT&T ยื่นฟ้องร้องเป็น 2 กรณี (1) ผู้ถือหุ้น TT&T ได้สิทธิถือหุ้นใน TTTBB ราว 70 ล้านหุ้น (70% ของทุนจดทะเบียน 110 ล้านบาทก่อนการเพิ่มทุนปี 2552) จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 10% และกระทบมูลค่าเหมาะสม 1.00 บาท และ (2) ผู้ถือหุ้น TT&T ได้สิทธิถือหุ้นใน TTTBB ราว 870 ล้านหุ้น (70% ของทุนจดทะเบียน 1,250 ล้านบาทเพิ่มทุนปี 2553) จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 60% และกระทบมูลค่าเหมาะสม 6.50 บาท
ภาระหนี้จากแผนฟื้นฟูกระทบจำกัด ทั้งนี้เรามองว่า กรณี 2 มีความเป็นไปได้น้อย ขณะที่ JAS ยืนยันการเพิ่มทุนของ TTTBB ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และมีหลักฐานครบถ้วนเพื่อพิสูจน์ในชั้นศาล
สำหรับภาระหนี้จากที่ศาลฎีกาไม่เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการและให้ยกเลิกคำสั่งฟื้นฟูกิจการ ผู้บริหาร JAS เปิดเผยว่าปัจ จุบันมีเจ้าหนี้ยื่นเรียกร้องราว 100 ล้านบาท และบริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะเป็นเจ้าหนี้ที่แท้จริงหรือไม่ (กรณีมีการเปลี่ยนมือเจ้าหนี้จะไม่เข้าเงื่อนไขการเรียกร้องให้ชำระหนี้) เราให้นํ้าหนักผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นราว 0.19 บาท จากภาระหนี้เพิ่มเติมไม่เกิน 1,343 ล้านบาท ขณะที่ JAS ยืนยันว่าจะไม่มีการตั้งสำรองหนี้ในงบการเงิน
ราคาหุ้นสะท้อนผลกระทบทุกกรณี
ราคาหุ้น JAS วานนี้ปรับตัวลงแรง 10% เรามองว่าเป็นผลจากความกังวลประเด็น TT&T ฟ้องและขอคุ้มครองชั่วคราวมากกว่าประเด็นภาระหนี้จากกรณีศาลฎีกาฯ เราประเมินผลกระทบจาก TT&T ฟ้องทั้ง 2 กรณีโดยเฉลี่ยผลกระทบกรณีละ 50% (คิดเป็นมูลค่า 3.75 บาท/หุ้น) รวมกับผลกระทบภาระหนี้เพิ่มจากกรณีศาลฎีกาฯ (คิดเป็นมูลค่า 0.19 บาท/หุ้น) เราประเมิน JAS จะมีมูลค่าเหมาะสมปีนี้ 7.25 บาท มองว่าราคาหุ้นสะท้อนความกังวลต่อผลกระทบแรงเกินไป ขณะที่ประเด็นดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐาน อีกทั้งกระบวนการตัดสินชี้ขาดทางศาลจะยืดเยื้อมากกว่า 1 ปี
Investment Case
แบ่งเป็น 4 ธุรกิจ 1. ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) 2. ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecom Network & Service Provider) 3. ธุรกิจงานจัดหา ออกแบบและวางระบบสื่อสารและโทรคมนาคม (System Integration) 4. ธุรกิจอื่นๆ









