วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีโอไอลื่นไหล ต่างชาติไม่ไปไหน แนวโน้มนิคมฯไทยฟื้นตัว

ภาพรวมส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอไหลลื่นขึ้นมากส่งผลดีต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

หลังจากที่ คสช.ให้ความสำคัญ นั่นคือหัวหน้า คสช.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา มาเป็นประธานบอร์ดบีโอไอเอง ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.จนถึง 18 ก.ค.2557 สามารถอนุมัติให้การส่งเสริมทั้งสิ้น 92 โครงการ เงินลงทุนรวม 258,678 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 35 ของมูลค่าเงินลงทุนของโครงการที่ค้างการพิจารณาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 742,890 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถพิจารณาและอนุมัติโครงการที่ค้างอยู่ทั้งหมดได้ภายในสิ้นเดือน ส.ค.2557นี้

• ยอดขอส่งเสริมบีโอไอ มิ.ย.2557 ฟื้นตัวสูงสุด ทางด้านตัวเลขยอดขอส่งเสริมการลงทุนบีโอไอครึ่งแรกปี 57 แม้ลดลงมากเทียบกับ y-o-y คือ จำนวนโครงการลดลง 45% เป็น 534 โครงการ และมูลค่าเงินลงทุนลดลง 44% เป็น 337,400 ล้านบาท แต่หากพิจารณาเป็นรายเดือนพบว่า ยอดขอส่งเสริมเดือน พ.ค.และมิ.ย.สูงกว่าหลายเดือนก่อน และมิ.ย.สูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 132 โครงการ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวต่อไปในช่วงครึ่งหลังปีนี้

• นักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ยังสนใจลงทุนในไทย เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยผลศึกษาและวิเคราะห์ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยประจำปี 2557 โดยการสำรวจนักลงทุน 600 บริษัท ที่ได้รับและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนพบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ร้อยละ 98 มีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

• Top Pick คือ AMATA ผู้นำตลาดนิคมฯไทย คาดว่า AMATA จะได้รับประโยชน์เต็มที่เมื่อวัฏจักรธุรกิจกลับมา เนื่องจากมีที่ดินสำหรับการพัฒนา (Land Bank) ที่สูงถึง 13,000 ไร่ อีกทั้งทำเลนิคมฯทั้งสองแห่งมีความได้เปรียบมากคือ อมตะนคร จังหวัดชลบุรี ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 57 กม. ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 42 กม. และห่างจากท่าเรือแหลมฉบัง 46 กม. ส่วนอีกหนึ่งแห่งคือ อมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ห่างจากกรุงเทพฯ 114 กม. ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 99 กม. และห่างจากท่าเรือแหลมฉบัง 27 กม.นอกจากนี้คู่แข่งที่จะเข้ามาใหม่ในอุตสาหกรรมก็ทำได้ยาก เพราะใช้เงินลงทุนที่สูง ดังนั้นผู้เล่นรายสำคัญในธุรกิจนี้จึงมีเพียงน้อยราย

• ยอดขายนิคมฯไม่สดใส คาดว่าเป็นเรื่องชั่วคราว ตอนปัจจัยการเมืองไทยยังดูไม่มีทางออกในงวดไตรมาส 2/57 ยอดขายที่ดินของ AMATA ถือว่าไม่สดใสเป็นเพียง 70 ไร่ เทียบกับไตรมาส 1/57 ที่ 118 ไร่ และ ไตรมาส 2/56 ที่ 315 ไร่ อย่างไรก็ตามคาดว่ายอดขายควรจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงวดปีหน้าคือ 2558 เพราะคาดว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีสูงขึ้น หลังจากปัจจัยการเมืองไทยสงบลง เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวสดใส รวมทั้งการอนุมัติการส่งเสริมจากบีโอไอรวดเร็วขึ้น จากสถิติที่ผ่านมาหลังปีวิกฤติ ยอดขายนิคมจะกระเตื้องดีขึ้นมาตลอด

• แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 19.30 บาท มีปัจจัยที่สามารถจะกระตุ้นราคาหุ้นได้ในระยะสั้นคือ การขายสินทรัพย์โรงงานจำนวน 88 แห่งไปยัง REIT ใหม่ และการนำอมตะ เวียดนามเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยฯ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นได้ประมาณไตรมาส 4/57 นี้ กำหนดราคาพื้นฐานเป็น 19.30 บาท ซึ่งประเมินด้วยส่วนลด 10% จากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของบริษัท สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันมีส่วนเพิ่มน่าสนใจเทียบกับราคาพื้นฐาน ผนวกกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลงวดปีนี้ที่ 2.6%