คาดรายได้และกำไรเติบโต YoY และ QoQ
สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่า บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย (SIM) จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q57F จำนวน 300 ล้านบาท โดยขยายตัว 17% YoY และ 52% QoQ เนื่องมาจาก 1) ยอดจำหน่ายมือถือใน 2Q57F 1.29 ล้านเครื่อง โดยจำนวนสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นถึง 123% YoY มาอยู่ที่ 8.5 แสนเครื่อง ส่งผลให้สัดส่วนสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 66% จาก 38% ใน 2Q56
2) สัดส่วนสมาร์ทโฟนที่สูงขึ้น สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่าราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2,600 บาท จากเดิม 2,436 บาทต่อเครื่องใน 2Q56 แต่ลดลงจาก 2,926 บาทใน 1Q57 เนื่องมาจากในไตรมาสบริษัทมีการเคลียร์สต๊อกมือถือเก่าโดยการลดลงราคาลง 3) และด้วยสัดส่วนสมาร์ทโฟนและราคาขายที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้สำนักวิจัยทิสโก้คาดว่าอัตราส่วนกำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.3% จาก 18.8% ใน 1Q57 แต่ลดลงจาก 27.6% ใน 2Q56
4) ในขณะที่ธุรกิจคอนเทนท์ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค 5) ธุรกิจ MVNO ขาดทุนน้อยลง โดยคาดใน 2Q57F ขาดทุน15 ล้านบาท จาก 20 ล้านบาทใน 1Q57 เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 6 แสนราย
ปรับเป้าจำหน่ายมือถือใหม่สู่ 4.5 ล้านเครื่อง - ยอดจำหน่ายมือถือ 1H57 อยู่ที่ 2.37 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็น 59% ของเป้าหมายเดิมของบริษัทที่ 4 ล้านเครื่อง โดยบริษัทยังมีมุมมองที่ดีต่อยอดขายมือถือในช่วงครึ่งปีหลัง และปรับเป้าล่าสุดมาเป็น 4.5 ล้านเครื่อง โดยมือถือที่จะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัทคือมือถือที่สามารถดูดิจิทัลทีวีได้ ซึ่งบริษัทเป็นรายแรกและรายเดียวที่จำหน่าย และได้รับการตอบรับที่ดี
โดยเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม และในไตรมาส 2 มียอดจำหน่ายสูงถึง 2.1 แสนเครื่อง ด้วยราคาขายเฉลี่ยสูงถึง 3 พันบาท ซึ่งสำนักวิจัยทิสโก้มองว่า SIM ยังมีแนวโน้มที่ดีจากการครองตลาดเป็นอันดับ 2 (รองจาก Samsung) และการปรับโมเดลมือถือใหม่ต่อเนื่อง ตอบรับกับความต้องการผู้บริโภคได้ น่าจะส่งผลให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าได้
ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีกว่าครึ่งปีแรก + upside จาก set top box - สำนักวิจัยทิสโก้มองว่าช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ จะดีกว่าช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะออกสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดดิจิทัลทีวี นอกเหนือจากธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีแนวโน้มที่ดีแล้ว ธุรกิจให้บริการโทรคมนาคม (MVNO) ยังมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ตามการขยายฐานลูกค้าทั้งการ Bundle Sim กับโทรศัพท์ของ I-mobile เอง , พันธมิตรที่จำหน่ายเครื่องของบริษัท และการขยายทีมการตลาด ซึ่งส่งผลให้การขาดทุนจากธุรกิจนี้ลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังมี upside จากการจำหน่าย set top box ซึ่งคาดว่าจะเห็นการทำตลาดมากยิ่งขึ้นในช่วงเดือนกันยายน
ยังคงแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 4.88 บาท - SIM ยังมีการเติบโตที่ดี สำนักวิจัยทิสโก้มองว่า SIM ยังน่าลงทุน โดยปัจจุบันซื้อขายด้วย PER 14.23 เท่า และ PEG เพียง 0.5 เท่า ดังนั้น สำนักวิจัยทิสโก้ยังคงแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 4.88 บาท อิงจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธี PER 20 เท่าปี 2557F ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และราคาขายเฉลี่ยที่ต่ำกว่าคาด การแข่งขันที่รุนแรงโทรศัพท์เคลื่อนที่ และความล่าช้าในลงนามสัญญา MVNO









