วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:SEAFCO_230757

แนวโน้มเติบโตจากงานภาครัฐและเอกชน

2Q57 กำไรโตจากการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้น

เราคาดว่า SEAFCO จะมีกำไรสุทธิใน 2Q57 เติบโตสูง 15% YoY และ 60% QoQ มาเป็น 38 ล้านบาท ผลจากการรับรู้รายได้ 415 ล้านบาท เติบโต 39% YoY และ 29% QoQ ส่วนหนึ่งมาจากการส่งมอบงานก่อสร้างทางด่วนศรีรัชเร็วขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 17.5% ดีขึ้นจาก 1Q57 ที่ 16.8% ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเทียบกับรายได้ลดลงเป็น 7% จาก 9% สาเหตุจากใน 1Q57 มีค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงาน โดยรวมผลประกอบการ 1H57 มีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท ลดลง 21% YoY สาเหตุหลักเกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่น้อยกว่า แม้ว่าจะมีรายได้เติบโต 19% เนื่องมาจากการรับรู้รายได้สัดส่วนงานค่าแรงที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงน้องกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

มีโอกาสรับงานจากภาคเอกชนต่อเนื่อง

ปัจจุบัน SEAFCO มีงานในมือราว 1.7 พันล้านบาท (ยังไม่หักรับรู้รายได้ 2Q57) สัดส่วน 70% มาจากงานภาคเอกชน และมีงานประมูลได้ในปีนี้ราว 1.1 พันล้านบาท เราคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ SEAFCO จะสามารถรับงานได้ตามเป้าหมายที่ 1.5 พันล้านบาทได้ ส่วนหนึ่งมาจากงานภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจ Community Mall ที่อยู่ระหว่างการขยายสาขาเพิ่ม เช่น The Mall กลุ่มเซ็นทรัล ขณะเดียวกัน จากการก่อสร้างของโครงการที่อยู่อาศัยคอนโดมีเนียมที่เกิดขึ้น ทำให้SEAFCO มีโอกาสได้รับงานอย่างต่อเนื่องจากโครงการต่อเนื่องจาก PS รวมถึงผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก

งานในประเทศพม่าเป็นทางเลือกที่ 2

เราคาดว่าในปี 2558 หลังงบประมาณจากภาครัฐมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการประมูลรถไฟฟ้า ที่SEACO มีโอกาสได้รับงานเสาเข็มมูลค่าราว 300 – 400 ล้านบาท รวมถึงงานภาคเอกชนที่ขยายตัวและมีการพัฒนาโครงการมากขึ้น โดยบริษัทจะให้ความสนใจในการรับงานภายในประเทศก่อนเนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า ทำให้การรับงานในประเทศพม่าเป็นทางเลือกในระดับรองถัดจากงานในประเทศ โดยเราคาดว่าในปี 2558 บริษัทมีโอกาสรับงานได้มากกว่าปกติที่ 1.5 พันล้านบาท

ปรับมูลค่าเหมาะสมเป็น 6.70 บาท

เราคาดผลประกอบการของ SEAFCO ยังมีความต่อเนื่องจากงานในมือ รวมถึงโอกาสที่จะได้รับงานจากภาครัฐที่คาดเห็นความชัดเจนของงานจากงบประมาณในปี2558 รวมถึงการเติบโตจากงานภาคเอกชน จะส่งผลต่อการรับงานและรายได้ที่เติบโตในอนาคตที่ดี พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนทั้งปีเฉลี่ยที่ 4% เราปรับใช้มูลค่าเหมาะสมใหม่จากประมาณการปี 2558 ประเมินโดยวิธี Price Multiple (PBV 2 เท่า) อยู่ที่ 6.70 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ””

Investment Case

ก่อสร้างงานฐานรากและงานโยธาทั่วไป บริษัทสามารถรับงานโดยตรงจากเจ้าของโครงการหรือรับงานช่วงต่อ (Sub-contract) จากผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก (Main Contractor) งานหลัก 1) งานเสาเข็มเจาะ (Bored Pile) 2) งานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall)