กำไรไตรมาส 2/57 พลาดเป้าจากสำรองหนี้สูญฯมากกว่าปกติ
กำไรในไตรมาส 2/57 ต่ำกว่าประมาณการของเรา 15%
KTB รายงานผลกำไรในไตรมาส 2/57 ที่ 7.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 9% QoQ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเรา 15% และต่ำกว่าประมาณการของ Bloomberg เนื่องมาจากธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้สูญฯสูงกว่าคาด (เราคาดการณ์ตั้งสำรองหนี้สูญฯสำหรับไตรมาส 2/57 ไว้ที่ 4 พันล้านบาท แต่ธนาคารตั้งไว้ที่ 5.4 พันล้านบาท) กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียอยู่ที่ 14.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ่น 8% YoY และ 21% QoQ โดยรายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 คิดเป็น 47% ของประมาณการปี 2557
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อปรับตัวขึ้น 2.5% QoQ และ 5.8% YTD ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานของเรา หนุนจากการเติบโตของสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อภาครัฐ และสินเชื่อ SME ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 2/57 อยู่ที่ 2.88% เพิ่มขึ้น 13 bps QoQ และ 13 bps YoY หนุนโดยการเติบโตสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดลงตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมี.ค. และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลงทั้งออมทรัพย์และฝากประจำ การตั้งสำรองหนี้สูญฯเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 29% YoY และ 202% QoQ เป็น 5.4 พันล้านบาท ด้านสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมปรับตัวขึ้นจาก 2.87% ในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.เป็น 2.91% (มาจากภาคสินเชื่อ SME และรายย่อย) อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับเพิ่มเป็น 113% ในช่วงปลายเดือนมิ.ย. จาก 106% สามเดือนก่อนหน้า
รายได้จากค่าธรรมเนียมปรับขึ้น 1% YoY และ 2% QoQ เป็น 5.2 พันล้านบาทในไตรมาส 2/57 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 1.03 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY (แต่ลดลง 10% QoQ) และเนื่องจากดอกเบี้ยรับสุทธิปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเป็น 45.3% ในช่วงสิ้นเดือนมิ.ย. จาก 52.4% เมื่อสามเดือนก่อนหน้า
แนวโน้ม
เราคาดกำไรของ KTB ในไตรมาส 3/57 จะปรับตัวขึ้นในระดับปานกลาง QoQ เนื่องมาจากมีการตั้งสำรองหนี้สูญฯที่ต่ำลง สังเกตว่าสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเพียง 2.5% QoQ เป็น 62 พันล้านบาทในเดือนมิ.ย.
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2557 ที่ 32.8 พันล้านบาท โดยลดลง 3% YoY ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยคาดปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หนุนจากสินเชื่อในช่วงครึ่งหลังปี 2557 เราประเมินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสำหรับปี 2557 จะลดลงเป็น 2.64% จาก 2.79% ในปี 2556
คำแนะนำ
เราคาด KTB จะรายงานผลกำไรสำหรับปี 2557 ที่ 32.8 พันล้านบาท ต่ำลงเล็กน้อย YoY เนื่องมาจากการตั้งสำรองหนี้สูญฯที่สูง และรายได้ที่หดหายไปจากกองทุนรวมวายุภักษหนึ่ง (กองทุนดังกล่าวปิดตัวลงในช่วงเดือนพ.ย. 2556) อย่างไรก็ตาม มูลค่าหุ้น KTB ยังถือว่าถูกด้วย PBV ที่ 1.38 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ 1.5 เท่า (PBV สูงสุดของ KTB อยู่ที่ 1.8 เท่า) นอกจากนี้ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารที่ 15.58% (คิดเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 11% เงินกองทุนขึ้นที่ 2 ที่ 4.6% และกำไรสะสมช่วงครึ่งแรกของปี 2557) จะทำให้ KTB สามารถปล่อยสินเชื่อได้มากตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เป็นต้นไป โดยไม่ต้องมีการเพิ่มทุนแต่อย่างใด ดังนั้น เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ









