วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:MC_220757

เป็นจุดตํ่าสุดของปี

SSSG ยังคงติดลบ

เราประเมินว่าช่วง 2Q57 อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะตํ่าที่สุดในปีนี้ หรือติดลบ 5% เนื่องจากปกติเป็นช่วง low season แล้วยังมีแรงกดดันจากปัญหาการเมืองตั้งแต่ไตรมาสแรก การประกาศเคอร์ฟิวในช่วงปลายเดือน พ.ค. กระทบต่อการเปิด-ปิดสาขาราว 735 สาขา และการเข้าสู่เทศกาลฟุตบอลโลก (มิ.ย.-ก.ค.) ส่งผลให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ถึงแม้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายแจกจ่ายเงินจำนำข้าวคืนแก่ชาวนาไปแล้วแต่เรามองว่าชาวนาต้องนำเงินส่วนนี้ไปชำระหนี้เป็นอันดับแรก จึงยังไม่เห็นผลกระทบทางบวกต่อกำลังซื้อ

กำไรสุทธิ 2Q57 อ่อนตัวตามกำลังซื้อผู้บริโภค

เราคาด MC จะมีกำไรสุทธิ 2Q57 อ่อนตัวลง 15% QoQ อยู่ที่ 175 ล้านบาท เนื่องจาก (1) MC จำเป็นต้องขายสินค้าในระดับ value-for-money เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ต้นทุนสินค้าต่อยอดขายมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 46% จากเดิม 42% ใน 2Q56 (2) การขยายสาขาใหม่ 28 แห่งในไตรมาสนี้ (รวมครึ่งปีแรกคิดเป็น 54% ของเป้าหมายทั้งปี) รวมทั้งการลงทุนเพื่อแตกไลน์สินค้าแบรนด์ใหม่ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่สูงขึ้นราว 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน หากเทียบ YoY แล้ว กำไรสุทธิจะฟื้นตัว 9% เหตุจากปีก่อนหน้ายังไม่มีรายได้จากกิจการ Time Deco เข้ามา (ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 13% ของรายได้ทั้งหมด)

ครึ่งปีหลังฟื้นตัวโดดเด่น

จากปัจจัยความเสี่ยงหลักในธุรกิจค้าปลีกที่เริ่มผ่อนคลายลง ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีสัดส่วน 62% ของรายได้รวม เราจึงมองว่าการเติบโตของรายได้ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีกว่าครึ่งปีแรก ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่นของกิจการ และการรับรู้รายได้จาก Time Deco เต็มปีเป็นครั้งแรก ส่งผลให้เรายังคาดว่า MC จะมีกำไรสุทธิปีนี้อยู่ที่ 903 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25% YoY นอกจากนี้ MC ยังมีปัจจัยบวกอื่นๆ จากการเข้าซื้อกิจการในธุรกิจสินค้าเครื่องแต่งกายอีก 1 แห่ง (งบประมาณ 300 ล้านบาท) ซึ่งคาดเห็นผลสรุปภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงระบบบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่จะเริ่มใช้เดือนสิงหาคมนี้ เราคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนสินค้าคงคลังในปีนี้ได้ราว 100 ล้านบาท

ธุรกิจยังมีปัจจัยบวก คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เรามองว่า MC ยังมีโอกาสทางธุรกิจที่จะเติบโตได้อีก โดยเฉพาะการเติบโตแบบ Inorganic growth ที่ช่วยต่อยอดรายได้จากธุรกิจเดิม บวกกับการรุกตลาดต่างประเทศอย่างหนัก ซึ่งเราคาดรายได้จากต่างประเทศจะเติบโตเฉลี่ยช่วง 4 ปีข้างหน้าเท่ากับ 19% นอกจากนี้ บริษัทยังมีเงินสดเหลือในมือเหลืออยู่ราว 1,800 ล้านบาทที่พร้อมจะขยายธุรกิจในอนาคต เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าเหมาะสม 20.00 บาท

Investment Case

MC ดำเนินธุรกิจค้าปลีกเครื่องแต่งกายและไลฟ์สไตส์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของกลุ่มบริษัทฯ และเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น โดยแบรนด์หลักของกลุ่มบริษัทได้แก่ Mc, Mc Pink, Mc Lady, Bison, Mc Mini, The Blue Brothers และ mc mc ผ่านช่องทางการจำหน่ายหลักทั้งห้างค้าปลีก ร้านค้าปลีกของตนเอง ทั้งในประเทศ และต่างประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน นอกจากนี้ยังมีการเข้าร่วมทุนกับบริษัท Time Deco นำเข้าและจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก