วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศรีอยุธยาแคปปิตอล'เน้นลงทุนดันกำไร

เปิดยุทธศาสตร์ศรีอยุธยาแคปปิตอล เน้นสร้างกำไร ขยายการลงทุน วางแผนดันพอร์ตลงทุนสิ้นปีทะลุ 7 พันล้านบาท

นายชูศักดิ์ สาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานปีนี้ จะเน้นการสร้างผลกำไรและ การลงทุนเป็นหลัก ในเบื้องต้นได้ประเมินผลการดำเนินงานในปีนี้ น่าจะกำไรสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ เนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้ขายเงินลงทุนไป 1 บริษัท มูลค่า 1,900 ล้านบาท และเมื่อจ่ายภาษีแล้วทำให้เหลือเม็ดเงินจริงประมาณ 1,600 ล้านบาท

การขายเงินลงทุนครั้งนี้ บริษัทมีกำไรจากการขายอยู่ที่ประมาณ 1,079 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้และส่งผลให้ผลการดำเนินงานไตรมาส3ของปีนี้เติบโตสูงสุดและส่งผลให้ผลกำไรทั้งปีสูงเป็นประวัติศาสตร์อีกด้วย และคาดว่าเงินลงทุนจะเพิ่มจากกว่า 5,000 ล้านบาท เป็นกว่า 7,000 ล้านบาทในสิ้นปี ส่งผลให้เป็นสถิติพอร์ตลงทุนที่สูงเป็นประวัติศาสตร์เช่นกัน เพราะปกติ 5 ปีย้อนหลัง บริษัทจะมีกำไรเฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาทเท่านั้น แต่ปีนี้มีกำไรจากการขายเงินลงทุนเข้ามา

สำหรับเงินที่ได้จากการขายเงินลงทุน บริษัทก็จะนำไปลงทุนต่อเพื่อให้งอกเงยขึ้นมา ซึ่งเน้นหุ้นทุนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ในกลุ่มที่มีอัตราการเติบโต ให้ผลตอบแทนในเรื่องเงินปันผลดี ผ่านกองทุนรวม นอกจากนี้ก็เน้นหุ้นกู้เอกชนที่มีเครดิตเรทติ้งตั้งแต่ BB ขึ้นไป อายุ 3-5 ปี และเน้นพันธบัตรรัฐบาล เพราะมีความเสี่ยงต่ำ

นอกจากนี้ มองหาบริษัทประกันอื่น ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เพื่อเข้าไปลงทุนในลักษณะการซื้อกิจการเพิ่ม เพราะมองว่า ในอนาคตหลังจากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี จำนวนบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศไทย น่าจะลดลงจาก 63 บริษัทเหลือ 40-45 บริษัท เพราะมีการแข่งขันที่เพิ่ม ต้นทุนบริษัทขนาดเล็กจะเพิ่ม

ประกอบกับอัตราเบี้ยประกันจะมีการเปิดเสรี ซึ่งจะทำให้มีทิศทางที่ถูกลง เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้เคยเจรจากับบริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เพื่อขอเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจาก 20%ให้ได้มากกว่านี้ แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ยอมขายให้ จึงต้องไปหาบริษัทอื่นแทน แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเข้าไปซื้อบริษัทประกันรายไหนเพิ่ม แต่ยังเดินหน้าซื้อบริษัทอื่นๆ ต่อไปโดยจะซื้อทั้งบริษัท รวมทั้งพอร์ตด้วย แต่ต้องเป็นบริษัทที่เข้ามาเสริมกับบริษัทได้

นายโรวัน ดีอาซี่ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์จากนี้ไปจนถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 นั้น ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประกันภัยในทันทีทันใด เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ อยู่ในไทยเกือบหมดแล้ว แต่สิ่งที่จะส่งผลกระทบตามมาคือเรื่องการเปิดเสรีค่าเบี้ยประกันภัย จึงเชื่อว่า จะเห็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผ่อนคลายกฎเกณฑ์อัตราพิกัดเบี้ยประกัน ซึ่งจะส่งผลแรงกดดันให้บริษัทประกันขนาดเล็ก ต้องเกิดการควบรวมกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

จากภาวะต้นทุนที่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ นอกจากนี้แล้วบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จะมีการตั้งบริษัทขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลประกันให้กับลูกค้าของตัวเองทำให้มีอำนาจต่อรองกับบริษัทประกัน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้มีการแข่งขันเพิ่ม

สำหรับครึ่งหลังของปีนี้ เชื่อว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยทั้งระบบน่าจะเติบโตได้ 5% ซึ่งศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เป็นบริษัทลูกของบริษัท จะมีการเติบโตได้มากกว่า 5% เพราะมีช่องทางการจัดจำหน่ายมาจากแบงก์แอสชัวรันส์ 40% ที่เหลือเป็นช่องทางตัวแทน ขายตรง เทเลเซล ขณะที่พอร์ตส่วนใหญ่ยังเป็นนอนมอเตอร์ในสัดส่วน 69% อีก 31% เป็นมอเตอร์ แต่ระยะยาวจะเพิ่มมอเตอร์ให้มีสัดส่วนที่เพิ่มมากกว่านี้ เนื่องจากสามารถควบคุมอัตราความเสียหายได้ดี