ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 57 เพิ่มขึ้น 11% และ 10% ในปี 58
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
-กำไร 2Q57 ที่ดีมากหนุนกำไรครึ่งปีเติบโต 102%YoY:ในช่วง2Q57 มีกำไรสุทธิ 2,575 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 924%YoYและ 61%QoQการเติบโตดีมากเกิดจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพ การโอนกลับรายการตั้งสำรองหนี้สูญจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพและการปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.83% ลดลงจาก 2.99% ใน 2Q56 และ 2.87% ใน 1Q57กำไรครึ่งปี 57 เท่ากับ 4,177 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 102%YoYทั้งนี้ ผู้บริหารยังมีภาระในการควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดลงจากระดับ 52.6% ในช่วงครึ่งปีแรกให้เข้าใกล้ระดับ 50% ตามเป้าหมายของผู้บริหารแต่ยังสูงกว่าแบงก์ใหญ่ที่ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 50%
-ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 57 เพิ่มขึ้น11% และ 10% ในปี 58 : กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกปี 57 อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาทคิดเป็น 57% ของประมาณการทั้งปีที่ 7.3 พันล้านบาทฝ่ายวิจัยได้ปรับสมมติฐานการตั้งสำรองหนี้สูญลดเหลือ 6 พันล้านบาทจากเดิม 8 พันล้านบาทสำหรับปี 57 และ 6.5 พันล้านบาทจากเดิม 9 พันล้านบาทสำหรับปี 58 เพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อ NPL ที่ลดลง ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 57 เพิ่มขึ้น 11% เป็น 8.1 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 42%YoY และประมาณกำไรสุทธิปี 58 เพิ่มขึ้น 10% เป็น9.3 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 15%YoY ทั้งนี้ แนวโน้มกำไร 3Q57 น่าจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบQoQจากการกลับมาตั้งสำรองหนี้สูญในระดับปกติ
-สินเชื่อครึ่งปี 57 เติบโต 2.1% คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นต่อเนื่อง : สิ้นเดือนมิ.ย.57 มีสินเชื่อรวม 5.08 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น2.1%YTD หรือเติบโต 2.5%YTD หากนับรวมสินเชื่อด้อยคุณภาพจำนวน 3..3 พันล้านบาทที่ขายออกไปการขยายตัวของสินเชื่อคุณภาพมาจากลูกค้าธุรกิจ ผู้ประกอบการ SME และลูกค้ารายย่อย ด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับดีขึ้นจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมลดเหลือ 3.4% จาก 3.85% ใน 1Q57 (แต่ยังสูงกว่าหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ที่ระดับราว 2%) และมีอัตราส่วนสำรองหนี้สูญฯต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio)เพิ่มขึ้นเป็น 143% จาก 140% ณ ปลายปี 56
-คงคำแนะนำ“ซื้อเก็งกำไร”ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ที่3.10 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของธนาคารแข็งแกร่งขึ้นเป็นลำดับจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานภายในกิจการส่งผลให้แนวโน้มผลประกอบการปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีเงินกองทุนตามเกณฑ์ BASEL III เท่ากับ 15.4% เงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) เท่ากับ 10.7% ทั้งนี้ประเด็นข่าวเก็งกำไรการขายหุ้นแผ่วลงเพราะช่วงนี้ยังไม่มีรัฐบาล เนื่องจากการขายหุ้นต้องให้รมว.คลังเซ็นอนุมัติ ฝ่ายวิจัยได้ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ซึ่งอิงProspect PBV ที่ระดับ 1.8 เท่าได้เท่ากับ 3.10 บาทยังมี upside ราคาปิดล่าสุดโดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”









