พร้อมปรับระดับมูลค่าการซื้อขายเพิ่มจากประมาณการกำไรที่เพิ่มขึ้น
ประเด็นการลงทุน
เราคาดสถิติสูงสุดใหม่ของยอดจองซื้อโครงการแนวราบในไตรมาส 2/57 และกำไรที่สูงขึ้นโดดเด่นในไตรมาสเดียวกัน จะผลักดันให้ตลาดปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้น นอกจากนี้ ณ ปัจจุบัน PS มีแนวโน้มที่จะสามารถทุบสถิติกำไรสูงสุดในปี 2556 ได้ต่อเนื่องที่กำไรปี 2557 เติบโต 15% ส่งผลให้เราปรับระดับ PER จาก 11 เท่าเป็น 13 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2556 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ทำให้เรามีการปรับราคาเป้าหมายพื้นฐานปี 2557 ใหม่ขึ้นเป็น 39 บาท (จาก 32 บาท)
ปรับเพิ่มประมาณการกำไร คาดตลาดปรับตามภายหลัง
เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักขึ้น 5% สำหรับปี 2557 และ 3% สำหรับปี 2558 เพื่อสะท้อนสมมติฐานรายได้ที่สูงขึ้น 1% ในปี 2557-2558 และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 0.5% จากเป็น 15.5% (และเพิ่มขึ้น 0.2% เป็น 15.5% สำหรับปี 2558) โดยยอดขายรอรับรู้รายได้ สิ้นเดือนมิ.ย.คาดว่าได้ประกันประมาณการรายได้ของเราสำหรับปี 2557 ไปแล้วกว่า 81% และประกันกว่า 30% สำหรับประมาณการรายได้ในปี 2558 โดยยอดจองซื้อใหม่ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/57 จะส่งผลให้แนวโน้มความชัดเจนของกำไรปี 2558 มีความชัดเจนมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้เราเชื่อว่าตลาดจะปรับประมาณการกำไรตามมาในระยะอันใกล้เนื่องจากกำไรในช่วงครึ่งปีแรกได้คิดเป็น 51% ของประมาณการทั้งปี ทั้งนี้ โดยประมาณการกำไรปี 2557 ของเราสูงกว่าตลาดอยู่ถึง 19% โดยตลาดมีการตั้งสมมติฐานรายได้และอัตรากำไรสุทธิที่ต่ำเกินไป
เพิ่มคาดการณ์กำไรในไตรมาส 2/57 สูงขึ้น
กำไรหลักคาดอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาทในไตรมาส 2/57 เพิ่มขึ้น 30% YoY และ 73% QoQ (มากกว่าที่เราประเมินเบื้องต้นก่อนหน้านี้ที่ 1.5 พันล้านบาท) โดยคาดรายได้จะอยู่ที่ 10.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY และ 31% QoQ หนุนจากระยะเวลาระหว่างวันจองกับวันโอนจะลดลงมากจาก 112 วันในไตรมาส 1/57 เป็นต่ำกว่า 100 วันในไตรมาส 2/57 สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับขึ้น 2.2% YoY เป็น 36.2% (คงที่ QoQ) และอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 1.9% YoY เป็น 17.5% โดยผลกระทบด้านลบจากโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้น/สุทธิที่ค่อนข้างต่ำจากคอนโด แชปเตอร์ วัน โมเดิร์น ดัชต์ นั้นน้อยกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้ามาก (มูลค่าการโอนช่วงพ.ค.-มิ.ย.อยู่ที่ 700 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมด 4 พันล้านบาท) ทั้งนี้ผลกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 จะคิดเป็น 44% ของประมาณการกำไรของเราสำปรับปี 2557 ทั้งหมด
ยอดจองซื้อโครงการแนวราบในไตรมาส 2/57 ทำสถิติสูงสุดใหม่ แนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2557 แข็งแกร่ง
ยอดจองซื้อโครงการแนวราบได้ทำสติใหม่ที่ 8.1 พันล้านบาทในไตรมาส 2/57 เพิ่มขึ้น 16% YoY และ 32% QoQ ด้านยอดจองซื้อคอนโดในไตรมาส 2/57 ปรับตัวลดลง 52% YoY และ 24% QoQ จากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดน้อยลง
ทำให้ยอดจองซื้อทั้งหมดอยู่ที่ 9.7 พันล้านบาท ลดลง 6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ โดยยอดจองซื้อโครงการแนวราบคาดจะปรับตัวขึ้นได้ดีอย่างต่อเนื่องตลอดจนถึงครึ่งหลังปี 2557 โดยมีปัจจัยจากกำหนดการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นหนา (คิดเป็น 80% ของกำหนดการเปิดตัวปี 2557 มูลค่ารวม 50 พันล้านบาท) PS ตั้งเป้ายอดจองซื้อรวมในช่วงครึ่งหลังปี 2557 ที่ 23-27 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 24-45% YoY และ 29-51% HoH)
ตกใจเชิงบวกจากผลตอบรับโครงการบ้านแพงแบรนด์ใหม่ The Palm
เราพาผู้จัดการกองทุนในประเทศไปเยี่ยมชมโครงการ เดอะ ปาล์ม ศรีนครินทร์ (แบรนด์ใหม่ระดับราคาสูง) ซึ่งมีมูลค่าโครงการทั้งหมด 1.9 พันล้านบาท ประกอบด้วย 175 ยูนิต มีดีไซน์บ้าน 5 แบบ โดยมีราคาขายที่ยูนิตละ 9.2 ล้านบาท 10.5 ล้านบาท 12 ล้านบาท 15.2 ล้านบาท และ 25 ล้านบาท โดยเราตกใจเชิงบวกเนื่องจากยูนิตที่เปิดตัวเมื่อ 22 มี.ค.ได้ถูกจองเต็มแล้ว (รวมเป็น 516 ล้านบาท จำนวน 43 ยูนิต) และใช้ระยะเวลาการก่อสร้างเพียง 70-80 วันเท่านั้นจากใช้เทคโนโลยีระบบก่อสร้างสำเร็จรูป โดยโครงการนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงระหว่าง 36-40% โดยโครงการนี้คาดว่าจะขายหมดและปิดโครงการได้ภายในปี 2559









