วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อุดมเดช'ดัน2โครงการพัฒนาพลังงานวงเงิน400ล.

"อุดมเดช"ถกกองทุนส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ดัน2โครงการ ปี57 วงเงิน400ล้านบ. ยันคสช.ไม่ได้สั่งยุติโครงการที่เหลือ

กรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ครั้งที่2/2557 ซึ่งมี ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธานอนุกรรมการ ทั้งนี้พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เพื่อพิจารณาเห็นชอบให้จบโครงการที่ยังไม่มีความชัดเจน และบางโครงการก็ได้ถอนไปเอง เพื่อให้การใช้เงินกองทุนเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ได้เว้นโครงการที่เกี่ยวกับการสนับสนุนทุนการศึกษาวิจัย สำหรับการดำเนินในห้วงต่อไป ได้มอบให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของกองทุน ได้ไปพิจารณาโครงการต่างๆที่หน่วยงานเสนอมา แล้วเห็นว่ามีประโยชน์และมีความพร้อมในการดำเนินการและพร้อมดำเนินการในปีงบประมาณปี57 ให้เกิดเป็นรูปธรรม

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เน้นถึงการส่งเสริมการผลิตและ การใช้พลังงานทดแทนตามนโยบาย ของ คสช. เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศให้ยั่งยืนและเป็นระบบโดยไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ในภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน โดยการผลิตไฟฟ้าจากขยะรวมถึงพลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ยังได้มีการพิจารณาสนับสนุนส่วนราชการ สำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ ที่การไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงให้สามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดชายแดนใต้ซึ่งต้องมีการพิจารณาในมิติของความมั่นคงต่อไป

พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในภาครัฐ (คตล.) ได้ระบุบให้ทบทวน 23 โครงการ ซึ่งเป็นแผนงานโครงการในปี 56-57 ซึ่งทางคณะอนุกรรมการกองทุนส่งเสริมพลังงานทดแทน ได้พิจารณาว่า จาก 23 โครงการ จะดำเนินการต่อเพียง 2 โครงการคือโครงการให้ทุนไปพัฒนาพลังงานทดแทน และในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่สูงมากเพียง 400 ล้านบาท ส่วนโครงการที่ชะลอไว้ก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดำเนินการ บางโครงการจะดำเนินการต่อในปี 2558 เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ เพียงแต่มีเหตุผลของแต่ละโครงการว่า บางส่วนมีการดำเนินงานไปแล้ว ได้ประโยชน์พอสมควรแล้ว ก็จะชะลอตัวหยุดลงไป บางส่วนเห็นว่า ไม่เหมาะสม และเวลากระชั้นชิดเกินไป ก็จะโอนงานไปพิจารณากันในปี 2558 ในวันนี้เรามีความชัดเจนว่า ในปลายปี 57 เราจะดำเนินงานโครงการอะไรที่เคยวางไว้แล้ว ก็คือ 2 โครงการดังกล่าว

เมื่อถามว่า โครงการแผงโซล่ารูดท็อป ชุมชน จะดำเนินการต่ออย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการพิจารณาสมควรมอบหมายให้ทางคณะอนุกรรมการ ที่ได้จัดตั้งขึ้น 2 คณะ ได้ไปพิจารณาโครงการที่เห็นว่ามีประโยชน์และเร่งด่วนที่สมควรดำเนินการต่อ โดยใช้งบประมาณปี 57 ที่เหลือ ได้อีกจำนวนหนึ่ง ทั้งในส่วนของ แผงโซล่ารูดท็อป เพื่อให้แสงสว่างในพื้นที่ไม่ปลอดภัยใน 3 จชต. ติดตามเสาไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีความจำเป็น หรือพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง การจัดทำโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ ถือเป็นนโยบายที่ทาง หัวหน้า คสช. ได้ให้ไว้ น่าจะเป็นเรื่องพลังงานทดแทนที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ยังช่วยสภาพแวดล้อม เพราะเรามีขยะจำนวนมาก ทั้งนี้จะให้อนุกรรมการ ได้ไปพิจารณาความเหมาะสม เพื่อ เสนอต่อคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งจะนำมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เราพยายามจะให้เกิดโครงการที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมในปลายปี 57

เมื่อถามว่า การอนุมัติดำเนินการต่อเพียง 2 โครงการ จำนวนเงิน 400 ล้านบาท จะเพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คงไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพราะงานในปี 57 หรือแต่ละปี ในส่วนของงบกองทุนการอนุรักษ์พลังงานจะอยู่ในวงเงินไม่เกิน 7,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 57 มีโครงการที่ผ่านไปแล้วกว่า 100 โครงการ แต่เหลือโครงการส่วนท้ายเพียง 23 โครงการ ที่ต้องตรวจสอบให้ความเหมาะสม โปร่งใส เพื่อความถูกต้อง ซึ่งภายหลังจากการตรวจสอบแล้ว ไม่ได้หมายความว่าทาง คสช. หรือ คตล. จะมาหยุดโครงการ แต่เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เสนอโครงการเหล่านี้ต้องมีความเห็นชอบของตัวเองด้วย ประกอบกับการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้วย จึงเห็นว่าเหมาะสมที่จะดำเนินการโครงการส่วนท้ายนี้จาก 23 โครงการ เป็น 2 โครงการ ทั้งนี้เราจะมีการพิจารณาโครงการเร่งด่วนอื่นๆด้วย คาดว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์ จะมาประชุมกันว่าจะเพิ่มโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างไร ต่อชุมชน ต่อพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะนำกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จัดโครงการที่ได้ประโยชน์ในพื้นที่ 3 จชต.ด้วย ซึ่งถือเป็นนโยบายของหัวหน้า คสช.

"เราอยากจะนำพลังงานทดแทนลงไปในพื้นที่ชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ซึ่งต้องผ่านอนุกรรมการเพื่อพิจารณาดูความเหมาะสม ทั้งนี้คงจะเน้นเรื่องพลังงานให้แสงสว่าง ซึ่งต้องอยู่ในกรอบวงเงินไม่เกิน 7,000 ล้านบาท จะพยายามให้เกิดประโยชน์สูงสุด" พล.อ.อุดมเดช กล่าว